แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลาแห้ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลาแห้ง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556

แกงผักพ่อค้าตีเมีย



ผักพ่อค้าตีเมีย หรือ ผักกับแก้ เป็นผักในตระกูลเฟิร์นขนาดเล็กพบมากในป่าที่มีความชื้นสูงและมีอุณหภูมิที่เย็น จึงพบมากในแถบภาคเหนือ ลักษณะเด่นคือมีก้านที่กรอบ ซึ่งไม่ว่าจะแกงนานแค่ไหนก็ตาม ก้านก็จะคงความแข็งกรอบอยู่เสมอ สำหรับชื่อพ่อค้าตีเมียมาจากตำนานที่ว่า มีพ่อค้าคนหนึ่งเดินทางกลับบ้านพร้อมกับความหิว ในครัวไม่มีอาหารอะไรเลย ภรรยาจึงเก็บผักนี้มาต้มให้กิน ยิ่งต้มนาน พ่อค้าก็ยิ่งหิว เมื่อภรรยาเอาแกงผักนี้มาให้กิน พ่อค้าก็โกรธเพราะว่าคิดว่ายังผักไม่สุกดี จึงเอาไม้ตีเมียด้วยความโกรธผสมกับความหิว จึงเป็นที่มาของชื่อผักพ่อค้าตีเมีย

สำหรับวิธีทำแกงผักพ่อค้าตีเมียก็เริ่มจากการเตรียมพริกแกง โดยการโขลกกระเทียม หอมแดง กะปิ พริกแห้ง และเกลือเข้าด้วยกัน โขลกจนละเอียด ระหว่างนั้นก็ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด ใส่พริกแกงลงไป พอน้ำเดือดอีกครั้ง ก็ใส่ปลาแห้งลงไป รอจนปลาแห้งสุกนิ่มดี ก็ใส่เห็ดนางฟ้าและเห็ดหูหนูที่ล้างจนสะอาดแล้ว สักพักก็ใส่ผักพ่อค้าตีเมียลงไปในหม้อ ต้มไปเรื่อย ๆ จนยอดของผักพ่อค้าตีเมียนุ่มดี ก็ใส่มะเขือเทศลูกเล็กและชะอม คนให้เข้ากัน ทิ้งไว้จนชะอมสุก ก็ปิดไฟ ปรุงรสด้วยน้ำปลานิดหน่อยครับ

ลักษณะเด่นของผักพ่อค้าตีเมียก็คือ เมื่อแกงสุกแล้ว ยอดจะนุ่ม ในขณะที่ก้านยังกรอบ เคี้ยวสนุกครับ

วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

แกงบ่าค้อนก้อม หรือ แกงมะรุมแบบทางเหนือ



มะรุมเป็นผักที่กินได้ทั้งยอดและฝัก แถมดอกยังสวยอีกด้วย โดนทางเหนือจะเลือกต้นมะรุมว่า ผักอีฮุม แต่จะเรียกฝักของมะรุมว่า ค้อนก้อม บ่าค้อมก้อม หรือว่า มะค้อนก้อม ตามแต่ถิ่น โดน ค้อน ในคำเมืองจะแปลว่าท่อนไม้ ส่วน ก้อม ก็แปลว่าสั้น  ดังนั้น ค้อนก้อม ก็คือ ท่อนไม้สั้น ๆ เพราะว่าฝักมะรุมนั้น ถ้าจะไม่ได้ปอกเปลือกออก จะแข็งมากเหมือนท่อนไม้นั้นเอง ส่วน คำน้ำหน้า บ่า หรือว่า มะ หมายถึงว่าเป็นฝักหรือผลไม้ที่กินได้

แกงมะรุมหรือแกงบะค้อนก้อมแบบทางเหนือนั้น จะเริ่มจากเอาฝักมะรุมมาหั่นเป็นท่อน ๆ ยาวสักเท่านิ้วชี้ แล้วปลอกเปลือกที่แข็ง ๆ ออก มาพักไว้ ระหว่างนั้นโขลกเครืองแกงคือ พริกขี้หนูแห้ง กระเทียม หอมแดง ข่า ตะไคร้ กะปิ ปลาร้าต้ม และเกลือ เข้าด้วยกัน เสร็จแล้วก็เอากะทะตั้งไฟแล้วก็ผัดเครื่องแกงให้หอม เติมน้ำลงไปพอประมาณ พอน้ำเดือด ก็ใส่ปลาแห้งลงไป เมื่อปลาแห้งสุกนิ่มดี ก็ฝักมะระที่ปอกเสร็จแล้วลงไป ตั้งไฟอ่อนถึงกลาง แล้วค่อย ๆ เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนฝักมะระนุ่มดี ก็ใส่ชะอม กับ ใบชะพลูหั่นหยาบลงไป บางบ้านก็จะใส่มะเขือเทศลูกเล็ก ๆ ด้วย พอผักสุกดี ก็ปิดไฟครับ


วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2554

แกงผักเสี้ยงดา


ผักเสี้ยงดาเป็นผักพื้นบ้านที่มีประโยชน์เยอะครับ รสชาติก็อร่อย ยอดอ่อนจะออกหวาน ส่วนที่แก่ก็จะขมหน่อย ก็แล้วแต่ชอบครับ การทำแกงผักเสี้ยงดา ก็คล้าย ๆ กับการทำแกงผักหวานครับ เพียงแต่ว่าแกงผักเสี้ยงดาไม่นิยมใส่วุ้นเส้นครับ

ขั้นตอนการทำ ก็เริ่มจากการตำน้ำพริกก่อน ก็เป็นน้ำพริกแกงมาตรฐานของทางเหนือครับ คือใส่ กระเทียม หอมแดง กับพริกแห้ง จำนวนพอ ๆ กัน (ถ้าไม่ชอบเผ็ดก็ลดพริกครับ) กะปิ เกลือ ก็ตำไปเรื่อย ๆ พอแหลก ก็เอาหม้อใส่น้ำตั้งไฟ พอน้ำเดือด ก็ใส่น้ำพริกลงไปตามด้วยปลาแห้ง ตั้งไฟไปเรื่อย ๆ จนปลานุ่ม ก็เอาผักเสี้ยงดา กับมะเขือเทศสีดาใส่ลงไป พอผักสุก ก็เสร็จแล้วครับ

วันอังคารที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2554

แกงผักหวานใส่ปลาแห้ง



แกงผักหวานเป็นอาหารเมืองที่ผมชอบมากครับ เรียกว่ากินแทนข้าวได้เลย ด้วยรสน้ำแกงที่เข้มข้นและผักหวานป่าที่หวานสมชื่อ รวมถึงปลาแห้งที่นุ่มอร่อยครับ

วันนี้ตอนขับรถกลับบ้านเกิดอยากกินขึ้นมา เลยแวะตลาด เดินหาทั้งตลาดเจอขายผักหวานอยู่เจ้าเดียว แถมขายแพงด้วย แต่ก็ตัดใจซื้อมา แล้วก็ซื้อปลาแห้งมาอีกตัว และมะเขือเทศอีกห้าบาท อันดับแรก ก็เอาผักหวานมาล้างก่อนเลยครับ แล้วเด็ดเอาก้านแข็ง ๆ เคี้ยวยากออกให้หมด




พอล้างผักเสร็จ ก็มาตำน้ำพริกครับ น้ำพริกแกงทางเหนือจะคล้าย ๆ กันคือ ใส่กระเทียม หอมแดง กะปิ เกลือ และพริกแห้งครับ โดยสัดส่วนที่ใส่คร่าว ๆ คือ กระเทียมหอมแดงอย่างละ 4-5 หัว กะปิ เกลือ สัก 1 ช้อนชา (ประมาณข้อนิ้วก้อย) โคลกให้เข้ากัน




พอน้ำพริกละเอียดดี ก็ตั้งหม้อ เอาน้ำใส่ เอาน้ำพริกใส่ เอาปลาแห้งใส่ ตั้งให้เดือด แล้วหรี่ไฟนิด รอไปเรื่อย ๆ จนปลาแห้งนิ่มนะครับ ก็ใส่ผักหวานที่ล้างแล้ว กับมะเขือเทศหั่นซีกลงไป






พอผักนิ่มดี ก็ใส่วุ้นเส้นลงไป รอสักพัก ก็ตักใส่ชามกินได้เลยครับ :)