แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เนื้อ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เนื้อ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

มัสมั่น


๏ มัสมั่นแกงแก้วตา          หอมยี่หร่ารสร้อนแรง 
ชายใดได้กลืนแกง            แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา

-- กาพย์เห่ชมเครื่องคาว 
พระราชนิพนธ์ โดย 
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

เราคงคุ้ยเคยกับกาพย์ยานี 11 สองบาทนี้ ซึ่งเด็กไทยแทบทุกคนคงจะได้เคยอ่าน และคุ้นเคยกับอาหารไทย ๆ อย่างมัสมั่นเป็นอย่างดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว มัสมั่น รวมถึงแกงที่ใช้เครื่องเทศอื่น ๆ ไม่ได้กำเนิดในเมืองไทย แต่เรารับมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมัสมั่นนั้น เชื่อกันว่าเรารับมาจากมุสลิมมาลายู ผ่านมาทางภาคใต้ของไทย ซึ่งถ้าดูส่วนประกอบ อาหารชนิดนี้ ก็น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากอาหารอินเดียไม่มากก็น้อย

สำหรับสูตรมัสมั่นในที่นี้นำมาจากหนังสือแม่ครัวหัวป่าก์ ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ซึ่งเป็นอาหารคาวชนิดแรกในหนังสือเล่มแรกของชุด อันแสดงถึงความนิยมของมัสมั่นในหมู่คนไทยได้เป็นอย่างดี สำหรับเครื่องปรุงพริกแกงมัสมั่นจะประกอบไปด้วย พริกแห้ง หอมแดง ตะใคร้ รากผักชี กะปิ ดอกจัน กระวาน อบเชย พริกไทย ยี่หร่า ลูกผักชี  จะเห็นว่า พริกแกงของมัสมั่นมีเครื่องเทศอยู่หลายชนิดมาก ซึ่งถ้าไม่สะดวกที่จะตำเอง ใช้พริกแกงสำเร็จรูปได้ครับ

เมื่อมีพริกแกงแล้ว ก็เตรียมหอมแขก น้ำมะขาม น้ำปลา น้ำตาลปึก หัวกะทิ เนื้อไก่หรือเนื้อวัว ถั่วลิสงที่เอาเปลือกออกแล้ว เตรียมไว้ สำหรับในรูปเป็นเนื้อวัวนะครับ วิธีการทำก็เริ่มจากการเตรียมพริกแกงก่อน โดยเอาเครื่องปลุงพริกแกงทั้งหมดไปคั่วให้หอมก่อน แล้วจึงเอามาโขลกให้ละเอียด แล้วใส่น้ำมันพืชลงไปในกะทะใบใหญ่ ๆ ตั้งไฟให้พอร้อน เอาเนื้อไก่หรือเนื้อวัวสับเป็นชิ้นโต ๆ ทั้งกระดูกลงไปผัดพอให้สุกเหลืองดี แล้วเทน้ำมันออก ทิ้งไปบ้าง หรือจะถ่ายไปใส่หม้อใบโต ๆ ก็ได้ เอาพริกแกงที่ตำไว้ลงไปผัดกับน้ำมัน ใส่น้ำปลาปรุงรสเสียหน่อย เมื่อเข้ากับดีแล้ว ก็เอากะทิลงไปผัดกับพริกแกง ปรุงรสด้วยน้ำตาลปึก น้ำมะขาม และน้ำปลา เมื่อได้รสดีแล้ว ก็ใส่ถั่วลิส่งลงไป ปิดฝากะทะหรือหม้อไว้ เคี่ยวจนเนื้อไก่หรือเนื้อวัวเปื่อยดี สังเกตง่าย ๆ คือ เนื้อล่อนจากกระดูกแล้ว ก็ใช้ได้

บางบ้าน ก็จะใส่มันเทศลงไปด้วยครับ แต่บางบ้านก็ไม่ใส่ และจะสังเกตเห็นว่า สูตรการทำมัสมั่นของท่านผู้หญิงเปลี่ยนนั้น เป็นแบบไทยภาคกลางครับ คือเน้นรสหวานจากน้ำตาลปึก ในขณะที่สูตรแบบมาลายูนั้น จะเน้นรสเค็มมันมากกว่า 

ข้อหน้าสังเกตอีกอย่างคือ ไม่มีการทำมัสมั่นหมู เพราะว่ามัสมั่นเป็นอาหารที่มาจากแขกมุสลิมนั่นเองครับ



วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

สปาเก็ตตีมีทบอล



สปาเก็ตตีมีทบอล หรือ ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อแบบอิตาลีนั้น ทำไม่ยากครับ ใช้วัตถุดิบไม่มาก และใช้เวลาทำไม่นาน

ขั้นตอนเริ่มจากการทำมีทบอลก่อน เอาเนื้อวัวบดสัก 4-5 ขีด มานวดเบา ๆ ให้เหนียว จะให้ดีควรเป็นเนื้อติดมันนะครับ จะอร่อยมาก เสร็จแล้วผสมพาร์เมสันชีสสับละเอียด 1/4 ถ้วย พาร์สลีย์ 1/4 ถ้วย สับละเอียดเช่นกัน กระเทียมนิดหน่อย ไข่ 1ฟอง และเกร็ดขนมปัง (breadcrumbs) 1/4 ถ้วย นวดส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ถ้าไม่มีพาร์เมสันชีสหรือว่าพาร์สลีย์ก็ไม่ต้องใส่นะครับ แล้วแบ่งเป็นก้อนขนาดประมาณลูกชิ้นลูกโตหน่อย

พอปั้นเสร็จหมดแล้ว ก็เอากะทะใบใหญ่ตั้งไฟกลาง เทน้ำมันมะกอกลงไปแล้วเอามีทบอลลงไปทอด หมั่นพลิกให้สุกเกรียมเป็นสีน้ำตาลเท่ากันทั้งลูก เมื่อสุกแล้วก็หรี่ไฟลง แล้วเทซอสมะเขือเทศลงไปในกะทะ ซอสมะเขือเทศที่ว่านี้คือซอสสำหรับพาสต้า (Pasta sauce) นะครับ ไม่ใช่ซอสมะเขือเทศแบบในขวด (Tomato sauce/Ketchup) ค่อย ๆ เคี่ยวไปเรื่อย ๆ สิบนาที หมั่นพลิกมีทบอลนะครับ ไม่งั้นจะใหม้

ระหว่างที่เคี่ยวมีทบอลไป ก็เอาหม้อใบใหญ่ ๆ ใส่น้ำตั้งไฟให้เดือด ใส่เกลือลงไปให้เค็มพอ ๆ กับน้ำทะเล ใส่น้ำมันมะกอกสักสองสามฝา แล้วเอาเส้นสปาเก็ตตี้ลงไปต้ม ดูที่ข้างกล่องนะครับว่าต้องต้มนานเท่าใด พอเส้นสุกแล้ว ก็เอาขึ้นสะเด็ดน้ำให้เรียบร้อย เอาซอสมะเขือเทศและมีทบอลในกะทะลงมาคลุก หรือว่าจะเสริฟแยกก็ได้ครับ ทานกับมะเขือเทศสดและร๊อคเก็ต โรยหน้าด้วยพาร์เมสันชีส ก็อร่อยดี

สำหรับน้ำมันมะกอกที่ใช้ ไม่ควรใช้แบบ Extra Virgin นะครับ เพราะมีจุดติดไฟที่ต่ำ จะทอดไม่สุกเอาแต่จะควันโขมงแทน ใช้แบบที่เขาเขียนว่า Classical ดีกว่าครับ

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551

พะแนงเนื้อ

มีกะทิเหลือในตู้เย็นทิ้งไว้นานก็จะเสีย มีกะทิก็น่าทำพะแนงแถมเปิดตู้แช่เจอเนื้ออยู่ ก็ทำพะแนงเนื้อละกัน



เคยลงวิธีทำพะแนงกุ้งเอาไว้ วิธีทำก็คล้าย ๆ กัน สิ่งสำคัญคือเวลาหั่นเนื้อให้หั่นขวางเส้นนะครับ อย่าตามเส้นไม่งั้นเหนียวแย่ ตอนทำก็เคี่ยวเนื้อไปเรื่อย ๆ ให้เนื่อเปื่อยดี ไม่งั้นจะไม่อร่อยนะครับ ส่วนวิธีทำ ก็ไปดูตรงพะแนงกุ้งละกันครับ :D

วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เนื้อตุ๋นเห็ดหอม



มีเนื้อเหลืออยู่ในตู้เย็นนานแล้วก็เลยเอามาตุ๋นซะเลย ขั้นตอนก็เริ่มจากหั่นเนื้อเป็นชิ้นลูกเต๋านะครับเวลาตุ๋นจะได้ไม่เละเกินไป แล้วก็เอาน้ำใส่หม้อตั้งไฟนะครับ ถ้ามีหม้อดินก็จะดีกว่าหม้อเหล็กนะเพราะว่าจะกระจายความร้อนได้ดีกว่า พอน้ำเดือดก็เอาเนื้อใส่ลงไปพร้อมกับหรี่ไฟนะครับแล้วก็ใส่ซอสหอยนางรม ซีอิ้วขาว และซีอิ้วดำนะครับ ระหว่างนั้นก็เอากระเทียมมาโขลกกับพริกไทยเม็ดและลูกผักชีนะครับ พอโปลกได้ที่แล้วก็เอาไปใส่ในหม้อแล้วก็เคี่ยวเนื้อไปเรื่อย ๆ พอเนื้อสุกก็ใส่เห็ดหอมลงไป ปิดฝาเคี่ยวไฟอ่อนสุดไปสักสองชั่วโมงนะครับ คอยดูว่าน้ำงวดหรือเปล่า ถ้างวดก็ใส่น้ำลงไปเพิ่มบ้าง พอเนื้อนุ่มได้ที่ก็กินได้แล้วครับ

วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2551

สปาเก็ตตีมีทบอล



เด็กที่บ้านอยากกินสปาเก็ตตีมีทบอล (Spaghetti Meatballs) ครับ ซึ่งเจ้า"ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อ"ฝรั่งนี่ แต่ละบ้านจะมีสูตรการทำลูกชิ้นเนื้อไม่เหมือนกันนะครับ สำหรับผม ส่วนผสมของลูกชิ้นเนื้อก็ประกอบไปด้วยเนื้อวัวบด เกล็ดขนมปัง ไข่ นมสด หอมหัวใหญ่ ซอสมะเขือเทศ แล้วก็เครื่องเทศที่ชอบ (ผมชอบ oregano ก็ใส่เข้าไป) ขั้นแรก ก็เอาหอมหัวใหญ่มาหั่นให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วเอาไปผัดกับน้ำมันจนเหลืองทองก่อน เสร็จแล้วก็ตอกไข่ใส่ชามใหญ่ ๆ ใส่นมลงไปแล้วก็ตีไข่กับนมให้เข้ากัน ตามด้วยเกล็ดขนมปัง พอเข้ากันดีแล้ว ก็ใส่เนื้อสับลงไป ตีไปเรื่อย ๆ ให้เหนียวแล้วก็ใส่ซอสมะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ เครื่องเทศ แล้วก็ตีไปเรื่อย ๆ จนเหนียวตามรูปนะครับ



เสร็จแล้วก็เอากะทะแบน ๆ ตั้งไฟใส่น้ำมันมะกอกลงไป แล้วก็ปั้นเนื้อให้เป็นก้อนแล้วก็เอาลงไปทอดนะครับ คอยหมั่นพลิกไปเรื่อย ๆ จนข้างนอกสุกเกรียม ก็เอาขึ้นมาพักไว้ตามรูปนะครับ



ต่อมาก็ต้มเส้นสปาเก็ตตีกับทำซอสสปาเก็ตตีครับ ซอสสปาเก็ตตีนี่ก็แล้วแต่คนชอบ ผมจะชอบ Tomato-Basil ซึ่งก็ทำไม่ยากครับ เอาซอสมะเขือเทศมาเคี่ยวไฟอ่อน ๆ ใส่ Basil ลงไป ตามด้วยเกลือกับพริกไทยนิดหน่อย ก็ชิมรสตามชอบนะครับ พอเส้นสุกดีแล้ว ซอสมะเขือเทศได้ที ก็เอาเส้นใส่จาน วางลูกชิ้นเนื้อที่สุกแล้วแปะลงไป แล้วก็ราดด้วยซอสก็เสร็จแล้วครับ :D

วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2551

ยำเนื้อย่าง

จริง ๆ ก็ทำวันเดียวกับก้อยกุ้งนั่นแหละครับ แต่ค่อย ๆ ทยอยเอามาลง :D



หน้าตาก็ตามรูปนะครับ วิธีการทำ ก็คล้าย ๆ กับก้อยกุ้ง เพียงแต่ว่าเปลี่ยนมาใช้เนื้อแค่นั้นเอง :P ซึ่งการเตรียมเนื้อนี่เป็นส่วนสำคัญที่สุดของการทำอาหารจานนี้เลยนะครับ วิธีการก็เริ่มจากเอาเนื้อติดมัน เลือกที่มีมันประมาณ​1/4-1/3 นะครับ มากกว่านั้นจะมันไป น้อยกว่านั้นก็จะแห้งไป พอได้เนื้อแล้วก็เอามาหั่นเป็นแท่งสี่เหลื่ยมยาว ๆ หรือว่า ลูกบาศก์ที่มีขนาดประมาณ​ 1.5x1.5 นิ้วนะครับแล้วก็เอาเกลือโรยทุกด้านของชิ้นเนื้อเสร็จแล้วก็เอากะทะแบนตั้งไฟกลาง ไม่ต้องใส่น้ำมันนะครับ (ถ้าใครมีเตาไฟกับตะแกรงก็ใช้ได้ครับ แต่ว่าใช้กะทะจะง่ายกว่า และไม่ค่อยมีควัน) พอกะทะร้อน ก็เอาเนื้อลงไปวางในกะทะ แล้วก็คอยพลิกไปเรื่อย ๆ ทุก ๆ 2-3 นาทีนะครับ ก็ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนข้างนอกมันสุกเกรียมดี ก็เอาขึ้นมาใช้มีดคม ๆ หั่นตามขวางเฉียง ๆ นะครับ ก็จะได้เนื้อย่างที่ข้างนอกสุกหอมเกรียม ข้างในยัง medium rare อยู่นิด ๆ

พอทำเนื้อเสร็จ ก็มาเตรียมน้ำยำนะครับ ก็เช่นเคย ใช้พริกแห้งบด น้ำปลา มะนาว ข้าวคั่วบด ใครอยากใส่ใบมะกรูดกับหอมแดงก็หอมดีครับ ก็คลุกให้เข้ากับเนื้อ ก็กินได้เลย