แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แกง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แกง แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556
แกงผักพ่อค้าตีเมีย
ผักพ่อค้าตีเมีย หรือ ผักกับแก้ เป็นผักในตระกูลเฟิร์นขนาดเล็กพบมากในป่าที่มีความชื้นสูงและมีอุณหภูมิที่เย็น จึงพบมากในแถบภาคเหนือ ลักษณะเด่นคือมีก้านที่กรอบ ซึ่งไม่ว่าจะแกงนานแค่ไหนก็ตาม ก้านก็จะคงความแข็งกรอบอยู่เสมอ สำหรับชื่อพ่อค้าตีเมียมาจากตำนานที่ว่า มีพ่อค้าคนหนึ่งเดินทางกลับบ้านพร้อมกับความหิว ในครัวไม่มีอาหารอะไรเลย ภรรยาจึงเก็บผักนี้มาต้มให้กิน ยิ่งต้มนาน พ่อค้าก็ยิ่งหิว เมื่อภรรยาเอาแกงผักนี้มาให้กิน พ่อค้าก็โกรธเพราะว่าคิดว่ายังผักไม่สุกดี จึงเอาไม้ตีเมียด้วยความโกรธผสมกับความหิว จึงเป็นที่มาของชื่อผักพ่อค้าตีเมีย
สำหรับวิธีทำแกงผักพ่อค้าตีเมียก็เริ่มจากการเตรียมพริกแกง โดยการโขลกกระเทียม หอมแดง กะปิ พริกแห้ง และเกลือเข้าด้วยกัน โขลกจนละเอียด ระหว่างนั้นก็ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด ใส่พริกแกงลงไป พอน้ำเดือดอีกครั้ง ก็ใส่ปลาแห้งลงไป รอจนปลาแห้งสุกนิ่มดี ก็ใส่เห็ดนางฟ้าและเห็ดหูหนูที่ล้างจนสะอาดแล้ว สักพักก็ใส่ผักพ่อค้าตีเมียลงไปในหม้อ ต้มไปเรื่อย ๆ จนยอดของผักพ่อค้าตีเมียนุ่มดี ก็ใส่มะเขือเทศลูกเล็กและชะอม คนให้เข้ากัน ทิ้งไว้จนชะอมสุก ก็ปิดไฟ ปรุงรสด้วยน้ำปลานิดหน่อยครับ
ลักษณะเด่นของผักพ่อค้าตีเมียก็คือ เมื่อแกงสุกแล้ว ยอดจะนุ่ม ในขณะที่ก้านยังกรอบ เคี้ยวสนุกครับ
วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
แกงออกป๊าว หรือ แกงยอดมะพร้าวอ่อน
อาหารเหนือกันอีกสักชามนะครับ คนเมืองเหนือจะเรียกมะพร้าวว่า บะป๊าว ส่วนออกป๊าว ก็คือยอดอ่อนของมะพร้าวนั่นเองครับ แกงออกป๊าวนี้จะให้อร่อยต้องแกงกันไก่บ้านนะครับ สิ่งที่ต้องเตรียมก็มี ยอดมะพร้าวก่อนหั่นเป็นชิ้นพอคำ ไก่บ้านสับเป็นชิ้น ๆ พอคำเช่นกัน ใบมะกรูด ผักชี และ ต้นหอมซอย ส่วนเครื่องแกงนั้น ก็โขลกพริกแห้ง ข่า ตะไคร้ กระเทียม หอมแดง กะปิ เกลือ ให้เข้ากันครับ พอเตรียมเครื่องแกงเสร็จ ก็เอากะทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันพืชลงไปนิดหน่อย แล้วเอาเครื่องแกงลงไปผัด เมื่อเครื่องแกงหอมดีแล้ว ก็เอาเนื้อไก่ลงไปผัดให้สุก แล้วเติมน้ำเปล่าหรือว่าน้ำซุปไก่ลงไป หรึ่ไฟนิดหน่องแล้วต้มจนไก่นุ่ม แล้วถึงใส่ยอดมะพร้าวอ่อนตามลงไป ต้มอีกสัก 5-10 นาที ดูว่ายอดมะพร้าวอ่อนสุกนิ่มดี ก็ใส่ใบมะกรดูดฉีกแล้วปิดไฟ ตักใส่จานโรยหน้าด้วยผักชี และต้นหอมซอยครับ
วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
แกงบ่าค้อนก้อม หรือ แกงมะรุมแบบทางเหนือ
มะรุมเป็นผักที่กินได้ทั้งยอดและฝัก แถมดอกยังสวยอีกด้วย โดนทางเหนือจะเลือกต้นมะรุมว่า ผักอีฮุม แต่จะเรียกฝักของมะรุมว่า ค้อนก้อม บ่าค้อมก้อม หรือว่า มะค้อนก้อม ตามแต่ถิ่น โดน ค้อน ในคำเมืองจะแปลว่าท่อนไม้ ส่วน ก้อม ก็แปลว่าสั้น ดังนั้น ค้อนก้อม ก็คือ ท่อนไม้สั้น ๆ เพราะว่าฝักมะรุมนั้น ถ้าจะไม่ได้ปอกเปลือกออก จะแข็งมากเหมือนท่อนไม้นั้นเอง ส่วน คำน้ำหน้า บ่า หรือว่า มะ หมายถึงว่าเป็นฝักหรือผลไม้ที่กินได้
แกงมะรุมหรือแกงบะค้อนก้อมแบบทางเหนือนั้น จะเริ่มจากเอาฝักมะรุมมาหั่นเป็นท่อน ๆ ยาวสักเท่านิ้วชี้ แล้วปลอกเปลือกที่แข็ง ๆ ออก มาพักไว้ ระหว่างนั้นโขลกเครืองแกงคือ พริกขี้หนูแห้ง กระเทียม หอมแดง ข่า ตะไคร้ กะปิ ปลาร้าต้ม และเกลือ เข้าด้วยกัน เสร็จแล้วก็เอากะทะตั้งไฟแล้วก็ผัดเครื่องแกงให้หอม เติมน้ำลงไปพอประมาณ พอน้ำเดือด ก็ใส่ปลาแห้งลงไป เมื่อปลาแห้งสุกนิ่มดี ก็ฝักมะระที่ปอกเสร็จแล้วลงไป ตั้งไฟอ่อนถึงกลาง แล้วค่อย ๆ เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนฝักมะระนุ่มดี ก็ใส่ชะอม กับ ใบชะพลูหั่นหยาบลงไป บางบ้านก็จะใส่มะเขือเทศลูกเล็ก ๆ ด้วย พอผักสุกดี ก็ปิดไฟครับ
วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
ผักกาดจอ
ผักกาดจอหรือว่าจอผักกาดเป็นอาหารที่คนเมืองคุ้นเคยกันดี วิธีการทำก็ไม่ยุ่งยากนัก เริ่มจากเอากระดูกหมู(บางบ้านก็ใช้หมูสามชั้น)มาต้มน้ำ ใส่เกลือลงไปนิดหน่อย พอหมูสุก ก็ใส่กะปิ หรือว่าปลาร้า(คนเมืองเรียก ฮ้า) ถั่วเน่าปิ้ง และ น้ำมะขามเปียกลงไป ชิมดูว่าได้รสหรือยัง ถ้าใช้ได้แล้ว ก็ใส่ผักกาดจ้อน(ผักกาดเขียวที่มีดอก)หักเป็นท่อน ๆ ลงไป แล้วเร่งไฟให้แรง
บางบ้านจะทำอีกแบบคือ พอเอากระดูกหมูต้มกับเกลือแล้ว ก็จะตำกระเทียม หอมแดง กะปิ ปลาร้า และเกลือเข้าด้วยกัน พอหมูสุก ก็ใส่เครื่องปรุงที่ตำเสร็จแล้วลงไปในหม้อ ตามด้วย ถั่วเน่าปิ้ง และ น้ำมะขามเปียก นะครับ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าบ้านไหนจะสูตรไหน
ระหว่างที่รอผักกาดเปี่อย ก็ตั้งกะทะ เทน้ำมันหมูเพื่อทอดหัวหอมกับกับกระเทียม พอหัวหอมและกระเทียมเหลืองและผักกาดเปื่อยดี ก็เทหัวหอมกับกระเทียมในกะทะลงไปในหม้อ คน ๆ ให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยพริกแห้งทอด ก็พร้อมกินได้แล้ว
วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2556
แกงหน่อ
เวลาไปขุดหน่อไม้มาจากต้นไผ่แถวบ้าน ก็มักจะเอามาแกงด้วยว่าเป็นอาหารที่ครบรส เครื่องปรุงที่จำเป็นก็คือ หน่อไม้ตง หน่อไม้บง หรือว่า หน่อไม้สีสุกก็ได้ เอามาหั่นบาง ๆ หรือว่า สับเป็นท่อน ๆ ก็ได้ ผมนิยมอย่างหลังมากกว่า เพราะมันเคี้ยวได้เต็มคำดี เสร็จแล้วก็เอาหม้อใส่น้ำตั้งไฟแล้วเอาหน่อลงไปต้มเลย ไม่ต้องรอให้น้ำเดือดก่อน ใส่เกลือลงไปนิดหนึ่ง ต้มจนหน่อสุกดี ก็เอาใบย่าบางมาโขลกแล้วคั้นเอาแต่น้ำ ใส่ลงไปในหม้อ ใบย่านางจะช่วยให้หน่อไม่มีรสขมครับ
ระหว่างที่ต้มหน่อไม้ ก็โขลกน้ำพริกที่ประกอบไปด้วยพริกขี้หนู กระเทียม หอมแดง ตะไคร้ กะปิ และเกลือ ถ้าอยากใส่ปลาร้าก็ใส่ได้ตามชอบครับ พอหน่อสุกดี ก็ใส่น้ำพริกไปในหม้อ ตามด้วยผักอื่น ๆ ที่ชอบ เช่น เห็นหูหนู เห็ดนางรม ชะอม ใบชะพลู เรียกว่า เก็บอะไรได้จากตู้เย็นจากข้างบ้าน ก็ใส่เข้าไป ระห่างนั้นก็ย่างพริกพริกชี้ฟ้าเม็ดใหญ่ ๆ ให้พอเกรียม พอผักอื่นๆ สุกได้ที่ ก็ใส่พริกชี้ฟ้าย่างลงไป ชิมรสตามชอบครับ
วันอังคารที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2554
แกงผักหวานใส่ปลาแห้ง
แกงผักหวานเป็นอาหารเมืองที่ผมชอบมากครับ เรียกว่ากินแทนข้าวได้เลย ด้วยรสน้ำแกงที่เข้มข้นและผักหวานป่าที่หวานสมชื่อ รวมถึงปลาแห้งที่นุ่มอร่อยครับ
วันนี้ตอนขับรถกลับบ้านเกิดอยากกินขึ้นมา เลยแวะตลาด เดินหาทั้งตลาดเจอขายผักหวานอยู่เจ้าเดียว แถมขายแพงด้วย แต่ก็ตัดใจซื้อมา แล้วก็ซื้อปลาแห้งมาอีกตัว และมะเขือเทศอีกห้าบาท อันดับแรก ก็เอาผักหวานมาล้างก่อนเลยครับ แล้วเด็ดเอาก้านแข็ง ๆ เคี้ยวยากออกให้หมด
พอล้างผักเสร็จ ก็มาตำน้ำพริกครับ น้ำพริกแกงทางเหนือจะคล้าย ๆ กันคือ ใส่กระเทียม หอมแดง กะปิ เกลือ และพริกแห้งครับ โดยสัดส่วนที่ใส่คร่าว ๆ คือ กระเทียมหอมแดงอย่างละ 4-5 หัว กะปิ เกลือ สัก 1 ช้อนชา (ประมาณข้อนิ้วก้อย) โคลกให้เข้ากัน
พอน้ำพริกละเอียดดี ก็ตั้งหม้อ เอาน้ำใส่ เอาน้ำพริกใส่ เอาปลาแห้งใส่ ตั้งให้เดือด แล้วหรี่ไฟนิด รอไปเรื่อย ๆ จนปลาแห้งนิ่มนะครับ ก็ใส่ผักหวานที่ล้างแล้ว กับมะเขือเทศหั่นซีกลงไป
พอผักนิ่มดี ก็ใส่วุ้นเส้นลงไป รอสักพัก ก็ตักใส่ชามกินได้เลยครับ :)
วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
แกงเผ็ดเป็ดย่าง
เด็กที่บ้านอยากกินแกงเผ็ดเป็ดย่าง (อาทิตย์หน้าคงอยากกินเป็นปักกิ่ง สงสัยต้องเตรียมทำแป้ง) แถมซื้อน่องเป็ดมาให้สองน่อง จริง ๆ ใช้เนื้ออกจะอร่อยกว่าครับ เนื้อน่องมันมันไปหน่อย ขั้นตอนการทำก็คือเอาเป็ดมาย่างก่อนครับ (ตามชื่อเลย) วิธีการย่างก็เอาเป็ดไปหมักกับซีอิ้วขาว ซีอิ้วดำ น้ำมันงานิดหน่อย น้ำผึ้ง(ถ้ามี) นวดให้เข้าเนื้อ แล้วก็ตั้งเตาอบที่ 450F พออุณหภูมิได้ที่ ก็เอาเป็ดเข้าไปย่างสัก 15 นาทีครับ พอให้หนังเป็ดเหลืองกรอบ ก็เอาออกมาพักไว้ พอเย็นลงก็สับให้เป็นชิ้น ๆ พอคำ
ทำเตรียมเป็ดเสร็จ ก็เอาหัวกะทิขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำพริกแกงแดงลงไป ตั้งไฟกลางเคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนกะทิแตกมัน (ในรูปมันยังไม่ค่อยแตกมันเท่าไหร่ครับ แต่ว่าหิวกัน ก็เลยทำแบบเร็ว ๆ ) พอกะทิแตกมันดี ก็เอาเป็ดย่างใส่ลงไป เร่งไปให้แรง ตามด้วยใบมะกรูด มะเขือเทศสีดา สัปปะรด ใบโหระพา น้ำมะขามนิดหน่อย น้ำตาลปึก น้ำปลา ปรุงให้ได้รสเผ็ดหวาน นะครับ อย่าให้เปรี้ยวนำ พอคนไปมาสักพักให้มะเขือเทศนิ่มดี ก็ยกลงได้เลยครับ
วันพุธที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
แกงส้มปลาช่อนทอด
จริง ๆ เด็กที่บ้าน อยากกินแกงส้มแปะซ๊ะปลาช่อนทอด แต่มันเกิดฐานะที่บ้านไปหน่อยนะหนูนะ ไปหากินที่เมืองไทยละกัน
จากแกงส้มแป๊ะซะปลาช่อนทอดก็เลยกลายเป็นแกงส้มปลาทอดก็พอ วิธีการทำก็เริ่มจากเอาปลามาล้างให้สะอาด ผมใช้ Sea peach เพราะว่าเนื้อมันชุ่มดี ไม่มีก้างด้วย แ้วก็เอาน้ำมันใส่กะทะเยอะหน่อยแล้วก็ตั้งให้แรงจน้ำมันเดือด พอน้ำมันเดือดเป็นไอ ก็เอาปลาลงไปทอด สัก 2-3 นาที

พอปลาสุกเป็นสีเหลืองทอง ก็เอาขึ้นนะครับซับน้ำมันไว้นะครับ

ระหว่างที่ทอดปลา ก็เอาน้ำใส่หม้อตั้งไฟไว้ แล้วก็ใส่เครื่องแกงส้ม(ก็โลโบ้แหละครับ ง่ายดี)ไปปั่นกับเนื้อปลา เสร็จแล้วก็เอาไปใส่ในหม้อ พอน้ำเดือดก็เอาผักทั้งหลายใส่ลงไปครับ

ตั้งไปเรื่อย ๆ จนผักสุก ก็ปรุงรสแล้วก็เอาปลาลงไปสัก 2-3 นาทีให้เนื้อปลามันชุ่มน้ำแกง ก็เอาขึ้นนะครับ
จากแกงส้มแป๊ะซะปลาช่อนทอดก็เลยกลายเป็นแกงส้มปลาทอดก็พอ วิธีการทำก็เริ่มจากเอาปลามาล้างให้สะอาด ผมใช้ Sea peach เพราะว่าเนื้อมันชุ่มดี ไม่มีก้างด้วย แ้วก็เอาน้ำมันใส่กะทะเยอะหน่อยแล้วก็ตั้งให้แรงจน้ำมันเดือด พอน้ำมันเดือดเป็นไอ ก็เอาปลาลงไปทอด สัก 2-3 นาที
พอปลาสุกเป็นสีเหลืองทอง ก็เอาขึ้นนะครับซับน้ำมันไว้นะครับ
ระหว่างที่ทอดปลา ก็เอาน้ำใส่หม้อตั้งไฟไว้ แล้วก็ใส่เครื่องแกงส้ม(ก็โลโบ้แหละครับ ง่ายดี)ไปปั่นกับเนื้อปลา เสร็จแล้วก็เอาไปใส่ในหม้อ พอน้ำเดือดก็เอาผักทั้งหลายใส่ลงไปครับ
ตั้งไปเรื่อย ๆ จนผักสุก ก็ปรุงรสแล้วก็เอาปลาลงไปสัก 2-3 นาทีให้เนื้อปลามันชุ่มน้ำแกง ก็เอาขึ้นนะครับ
วันพุธที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2551
แกงไก่ใส่ฟัก
แกงไก่ใส่ฟักเป็นอาหารเหนือที่ทำง่าย ๆ ครับ (อย่างที่บอกยาก ๆ เราไม่ทำ :P) เครื่องปรุงก็มีไม่เยอะ อย่างแรกที่ต้องมีก็คือไก่ พยายามเอาแบบมีกระดูกก็จะดีครับ น้ำซูปจะหวานกว่ามีแต่เนื้อ ก็เอาไก่มาสับ ๆ แล้วก็พักไว้ เสร็จแล้วก็เอาฟักเขียว(คนเหนือเรียกฟักหม่น)มาหั่นเป็นชิ้นพอคำนะครับ เสร็จแล้วก็ทำน้ำพริกแกง ก็ใช้พริกแห้ง(แช่น้ำไว้หน่อยก็ได้ จะได้นุ่มหน่อย) กระเทียม หอมแดง กะปิ แล้วก็เกลือป่น แค่นี้แหละครับ ตำให้เข้ากัน เน้นรสเผ็ดนำนะครับ พอน้ำพริกเข้ากันดีแล้ว ก็เอาลงไปผัดกับน้ำมันในกะทะให้พอหอม ก็เอาไก่ใส่ลงไปผัดกับน้ำพริกจนไก่พอสุก ก็ใส่น้ำลงไปกะให้ท่วมฟักนะครับ แล้วก็ใส่ฟักลงไป ต้มไปเรื่อย ๆ จนฟักนุ่มหรือว่าใสก็แสดงว่าฟักสุกดีแล้วครับ ก็ฉีกใบมะกรูดโรย ๆ แล้วก็คนเล็กน้อยพอหอม ก็ยกลงได้แล้วครับ :)
วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2551
ข้าวแกงกะหรี่หมูชุบแป้งทอด
เด็กที่บ้านอยากกินข้าวแกงกะหรี่หมูชุบแป้งทอด และพอดีว่ามีหมูชิ้น (Pork chop) ขนาดพอดี ๆ อยู่ก็เลยทำซะเลย
ขั้นตอนแรก ก็เริ่มจากเอาหมูมาหมักก่อนครับ ตอนหมักผมก็ใช้ซีอิ้วขาวญี่ปุ่น (Kikkoman) พริกไทย แล้วก็กระเทียมครับ หมักทิ้งไว้สักชั่วโมงให้เข้าเนื้อ ตามรูปเลยนะครับ
พอกะว่าหมูได้ที่แล้ว ก็เอาน้ำมันตั้งไฟให้ร้อนพอประมาณ แล้วก็ตอกไข่ใส่ชามไว้ตีให้ไข่ขาวกับไข่แดงเข้ากันดี อีกชามก็ใส่แป้งสาลี และชามสุดท้าย ใส่เกล็ดขนมปังนะครับ เสร็จแล้ว ก็เอาหมูลงไปคลุกกับแป้งสาลีให้แป้งติดทั่วทั้งช้ิน ตามรูปนะครับ
เสร็จแล้วก็เอาหมูลงไปชุบไข่ให้ทั้วทั้งชิ้น อย่าแช่ไว้นานมากนะครับ เดี๋ยวแป้งหลุด
แล้วก็เอาไปชุบกับเกล็ดขนมปังให้ทั่ว ๆ นะครับ พยายามชุบให้เยอะ ๆ ไม่ต้องกลัวเปลืองนะครับ (ในรูปยังชุบไม่เยอะพอนะครับ ยังติดไม่ทั่ว)
เสร็จแล้วก็เอาหมูลงไปทอดในน้ำมันนะครับ หมั่นพลิกไปพลิกมา จนแป้งข้างนอกเหลืองจนเป็นสีน้ำตาลนะครับ ก็เอาขึ้นมา ก็ทอดทีละชิ้นไปเรื่อย ๆ จนหมด เสร็จแล้วก็เอามีดหั่นหมูเป็นชิ้น ๆ นะครับ
ระหว่างนั้นก็เตรียมทำน้ำแกงกะหรี่นะครับ วิธีการทำก็ไปดูที่หน้าข้าวแกงกะหรี่เนื้อ นะครับ
พอทำเสร็จหมดแล้ว ก็ตักข้าวสวยร้อน ๆ วางหมูลงไปชิ้นหนึ่งแล้วราดด้วยน้ำแกงกะหรี่ ก็เสร็จแล้วครับ :D
วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2551
แกงอ่อม
แกงอ่อมเป็นอาหารที่ผมกินบ่อยตอนอยู่บ้าน (รองจากแกงผักหวานและแกงผักเสี้ยงดา) วิธีการทำก็ไม่ยาก อย่างแรกก็เตรียมน้ำพริกก่อน ถ้ามีน้ำพริกลาบก็จะง่ายขึ้นและหอมขึ้นครับ (มีน้องสาวส่งมาให้จากเมืองไทย :D ) แต่ถ้าไม่มี ก็ใช้พริกแห้ง หอมแดง กะเทียม ข่า ตะไคร้หั่น รากผักชี เม็ดผักชี กะปิ แต่ถ้ามีน้ำพริกลาบ ก็ใส่แค่กระเทียม หอมแดง ข่า ตะใคร้และกะปิก็พอแล้วครับ เอาเครื่องน้ำพริกมาตำให้ละเอียด แล้วก็เอาไปผัดกับน้ำมันหอม เสร็จแล้วก็เอาเนื้อหมู ซี่โครงอ่อน เนื้อวัว หรือว่าเครื่องในนะครับ ลงไปผัดกับน้ำพริกให้เข้ากัน ก็เติมน้ำลงไป แล้วก็เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนเนื้อนุ่ม ก็เอาผักชีฝรั่งหรือว่าใบมะกรูดโรยหน้า ก็กินได้แล้วครับ
วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2551
แกงเขียวหวาน
เคยมีคนโพสต์ แกงเขียวหวานลูกชิ้น ไปแล้ว ขอโพสต์แข่งบ้างนะครับ ไม่ว่ากันนะ
สูตรนี้ลอกมาจากครัวจีนที่เคยไปฝึกงาน คือใส่หอมใหญ่กับพริกหยวกด้วย ส่วนมะเขือไม่ใส่เพราะว่ามันแพง....มาก (4 ลูกปอนด์หนึ่ง เห็นราคาแล้วเหงื่อหยด) คราวนี้ที่บ้านไม่มีพริกพยวก เลยใส่แค่หัวหอมกับถั่วฝักยาว
เริ่มต้นก็เอาหอมไปผัดน้ำมันให้หวานก่อน ตักเก็บไว้ แล้วผัดพริกแกงเขียวหวาน 1 ซองโลโบ้กับกะทิ 1/2 กระป๋องใหญ่ (400 กรัม) ผัดไปสักพักพอเข้าท่าแล้วก็เอาหมูลง ตามด้วยหอม ถั่วฝักยาว ใบมะกรูดแห้ง เติมน้ำตาลนิดหน่อยให้รสกลมกล่อม น้ำปลาไม่ต้องเติมเพราะมันเค็มมากอยู่แล้ว สุดท้ายผมเติมน้ำอีกนิดไม่ให้ข้นเกินไป
จะให้อร่อยควรกินกับไข่เค็มดาว เสียดายว่าคิดช้าไปหน่อย ทำรอไม่ทัน
สูตรนี้ลอกมาจากครัวจีนที่เคยไปฝึกงาน คือใส่หอมใหญ่กับพริกหยวกด้วย ส่วนมะเขือไม่ใส่เพราะว่ามันแพง....มาก (4 ลูกปอนด์หนึ่ง เห็นราคาแล้วเหงื่อหยด) คราวนี้ที่บ้านไม่มีพริกพยวก เลยใส่แค่หัวหอมกับถั่วฝักยาว
เริ่มต้นก็เอาหอมไปผัดน้ำมันให้หวานก่อน ตักเก็บไว้ แล้วผัดพริกแกงเขียวหวาน 1 ซองโลโบ้กับกะทิ 1/2 กระป๋องใหญ่ (400 กรัม) ผัดไปสักพักพอเข้าท่าแล้วก็เอาหมูลง ตามด้วยหอม ถั่วฝักยาว ใบมะกรูดแห้ง เติมน้ำตาลนิดหน่อยให้รสกลมกล่อม น้ำปลาไม่ต้องเติมเพราะมันเค็มมากอยู่แล้ว สุดท้ายผมเติมน้ำอีกนิดไม่ให้ข้นเกินไป
จะให้อร่อยควรกินกับไข่เค็มดาว เสียดายว่าคิดช้าไปหน่อย ทำรอไม่ทัน
วันจันทร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2551
แกงฮังเล
จำไม่ได้ว่าใครอยากกิน แต่เป็น project ที่คุยกันไว้นานมาก จนวันหนึ่ง ก็ได้ทำ(แต่เครื่องปรุงดันขาด -_-'''' เอาไว้แก้มือใหม่)

วิธีการทำ ก็ไม่ยากครับ เริ่มจากเอาหมูสามชั้น มาหั่นเป็นชิ้นลูกเต๋าขนาดประมาณ 1.5-2 นิ้ว เสร็จแล้วก็คลุกเคล้าด้วยซีอิ้วดำ แล้วก็พัก เสร็จแล้วก็ตำน้ำพริกที่ประกอบไปด้วย ข่า ตะไคร้ พริกแห้ง กระเทียม หอมแดง เกลือนิดหน่อย ตำให้เข้ากัน เสร็จแล้วก็เอาลงไปคลุกกะหมู ทิ้งไว้ใสักหนึ่งชั่วโมง
พอหมูหมักได้ที่แล้ว ก็เอากะทะตั้ง ใส่น้ำมันนิดหน่อย แล้วก็ตั้งไฟอ่อน ๆ ครับ แล้วก็เอาหมูลงไปผัด ก็ผัดไปเรื่อย ๆ ครับ ที่สำคัญคือ อย่าใช้ไฟแรงมาก ผัดไปจนหมูตึงตัว (สังเกตตรงที่หนังมันจะหดลงไปมาก และไม่มีสีเลือดให้เห็น) ก็เทน้ำลงไปพอท่วม แล้วใส่ผงแกงฮังเล หรือว่าผงกะหรี่มานดราส ลงไปนะครับ แล้วก็เคี่ยวไปเรื่อย ๆ ระหว่างนี้ ก็ซอยขิงเป็นเส้นยาว ๆ แล้วก็ปอกเปลือกกระเทียมเป็นหัว ๆ โยนลงไป (บางบ้านจะใส่ถั่วลิสงคั่วด้วย แต่ผมไม่นิยม) ก็เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนหมูนุ่มครับ ถ้าน้ำงวด ก็เติมน้ำใหม่ได้ แล้วก็ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก กับ เกลือนะครับ ให้เผ็ด เค็ม แล้วก็อมเปรี้ยวนะครับ พอหมูนุ่มมาก ๆ ก็ยกมากินได้เลยครับ :)
วิธีการทำ ก็ไม่ยากครับ เริ่มจากเอาหมูสามชั้น มาหั่นเป็นชิ้นลูกเต๋าขนาดประมาณ 1.5-2 นิ้ว เสร็จแล้วก็คลุกเคล้าด้วยซีอิ้วดำ แล้วก็พัก เสร็จแล้วก็ตำน้ำพริกที่ประกอบไปด้วย ข่า ตะไคร้ พริกแห้ง กระเทียม หอมแดง เกลือนิดหน่อย ตำให้เข้ากัน เสร็จแล้วก็เอาลงไปคลุกกะหมู ทิ้งไว้ใสักหนึ่งชั่วโมง
พอหมูหมักได้ที่แล้ว ก็เอากะทะตั้ง ใส่น้ำมันนิดหน่อย แล้วก็ตั้งไฟอ่อน ๆ ครับ แล้วก็เอาหมูลงไปผัด ก็ผัดไปเรื่อย ๆ ครับ ที่สำคัญคือ อย่าใช้ไฟแรงมาก ผัดไปจนหมูตึงตัว (สังเกตตรงที่หนังมันจะหดลงไปมาก และไม่มีสีเลือดให้เห็น) ก็เทน้ำลงไปพอท่วม แล้วใส่ผงแกงฮังเล หรือว่าผงกะหรี่มานดราส ลงไปนะครับ แล้วก็เคี่ยวไปเรื่อย ๆ ระหว่างนี้ ก็ซอยขิงเป็นเส้นยาว ๆ แล้วก็ปอกเปลือกกระเทียมเป็นหัว ๆ โยนลงไป (บางบ้านจะใส่ถั่วลิสงคั่วด้วย แต่ผมไม่นิยม) ก็เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนหมูนุ่มครับ ถ้าน้ำงวด ก็เติมน้ำใหม่ได้ แล้วก็ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก กับ เกลือนะครับ ให้เผ็ด เค็ม แล้วก็อมเปรี้ยวนะครับ พอหมูนุ่มมาก ๆ ก็ยกมากินได้เลยครับ :)
วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2550
ข้าวแกงกะหรี่เนื้อ
อาหารสิ้นคิดอีกอย่างหนึ่งก็คือข้าวแกงกะหรี่(ญี่ปุ่น) เพราะว่าทำง่ายมาก เริ่มจากการหั่่นเนื้อให้เป็นชิ้นพอคำ โดยอาจจะใส่เนื้อวัว ไก่ หรือว่ากุ้งก็ได้ แต่อย่าใส่เนื้อหมู เพราะไม่อร่อยอย่างแรง เสร็จแล้วก็เอาหอมหัวใหญ่มาหั่นเป็นชิ้น ๆ เล็ก ๆ เสร็จแล้วก็เอาหอมหัวใหญ่ไปผัดกับน้ำมัน พอหอมหัวใหญ่เริ่มเป็นสีน้ำตาลอ่อน ก็ใส่เนื้อลงไปผัดกับหอมหัวใหญ่ พอเนื้อเริ่มสุก ก็เอาผักใส่ลงไป โดยอาจจะใส่แครอท กับ มันฝรั่งก็ได้ หรือว่าจะใส่ผักอย่างอื่น เช่น เห็ดก็ได้ พอผัดให้แครอทนุ่ม ก็ใส่น้ำลงไป แร่งไฟให้น้ำเดือด แล้วก็หรี่ไฟลง แล้วก็ใส่แกงกะหรี่ก้อนลงไปก้อนหนึ่ง ปกติจะใช้ยี่ห้อ Golden Curry แต่ถ้ามียี่ห้ออื่นก็ได้ เสร็จแล้วก็หรี่ไฟลง คนช้า ๆ จนน้ำเริ่มเหนียวข้น ก็ราดลงไปบนข้าวร้อน ๆ ก็อร่อยได้แล้ว
วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2550
แกงส้มไข่เจียว
โย่ๆ ในที่สุด ก็ได้มาอัพบล็อกเองซะที อ๊ะ...ลืมแนะนำตัวค่ะ ชื่อ ตุ๊กตา เป็นลูกพี่ลูกน้องกับกอล์ฟค่ะ ทุกวันนี้ใช้ชีวิตอยู่ที่ชิคาโก้ ฝึกฝนภาษาอังกฤษอย่างคร่ำเคร่ง อาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกับกอล์ฟ มีหน้าที่ทำอาหารค่ะ (เนื่องจากไม่อยากบริโภคอาหารอเมริกันค่ะ)จริงๆทำไว้หลายอย่างมาก แต่คนอัพก่อนหน้านี้เค้าไม่มีเวลาอัพให้ >_< สืบเนื่องมากจากว่า "เค้ามีภาระต้องดูแลหลายอย่าง จากสิ่งสำคัญที่สุด(ความรักที่เพิ่งก่อตัว) รองลงมาเรื่อยๆ ทำให้ไม่มีเวลามาอัพบล็อกนี้ให้น้องสาวเท่าไร" ไม่เป็นไร...ไม่ง้อแล้ว อุอุ
วิธีทำ ทอดไข่เจียว แล้วหั่นเป็นคำๆ รอพักไว้ เอาหม้ออีกใบใส่น้ำ ต้มน้ำให้เดือด ใส่คนอร์ซุป หรือ ไม่ใส่ก็ได้ รอจนน้ำเดือดใส่เครื่องแกงส้มลงไป พอเครื่องแกงละลายดีแล้ว เติมผักตามใจชอบ เช่น ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว ผักบุ้ง Yellow squash ปรุงด้วยน้ำปลาน้ำตาล น้ำมะขามเปียก พอผักเริ่มสุก เติมกุ้งลงไป ตามด้วยไข่เจียวที่หั่นไว้ คนให้เข้ากัน (ตอนทำไม่มีน้ำมะขามเปียกค่ะ ใส่มะนาวแทน แถมไม่มีครกที่จะตำเครื่องแกงกับเนื้อกุ้งก่อน เลยทำให้น้ำแกงไม่ค่อยเข้มข้น)
ปล. แนะนำให้กินกับ ปลาสลิดทอดกรอบ จะอร่อยมาก
วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2550
แกงเขียวหวานลูกชิ้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



