แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำพริก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำพริก แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553

ข้าวผัดน้ำพริกกลางดงหมูหวาน


เครื่องปรุง: ไข่, หมู(ติดมันหน่อย), น้ำพริกกลางดงของแม่ศรี, ข้าวสวยค้างคืน, soy paste, น้ำปลา, เกลือ, น้ำตาล, มะเขือยาวดิบ(หามะเขือเปราะไม่ได้)

วิธีทำ
1. ทอดไข่ให้เป็นแผ่นบางๆ ใช้ไฟอ่อน น้ำมันน้อย (ทำเหมือนข้าวห่อไข่) ได้แล้วมาตัดเป็นเส้นๆ
2. ใส่น้ำมันในกะทะ เอาน้ำพริกกลางดงลงไปผัดพอหอม ใส่ข้าวสวยลงไป เติมน้ำปลา, soy paste, เกลือ, น้ำตาล ชิมดู (อาจจะไม่ต้องใส่มาก เพราะน้ำพริกปรุงมาเรียบร้อยแล้ว)
3. หมูหวาน ใช้หมูส่วนติดมันหน่อย หัั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำมาเคี่ยวกับ ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ เกลือ น้ำตาลทรายแดง จนหมูเปลี่ยนสี
4. ตักข้าวใส่จาน วางไข่เส้น หมูหวาน กินแกล้มกับมะเขือยาวดิบ ถ้ามีมะเขือเปราะก็ใช้มะเขือเปราะแทน

วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

น้ำพริกอ่อง



จริง ๆ เคยมีน้องเอาสูตรน้ำพริกอ่องมาลงแล้ว (สูตรน้องเขาจะทำง่ายกว่า เพราะว่าใช้น้ำพริกสำเร็จ) แต่ว่าเราดันถ่ายรูปมาซะสวย เลยอยากเอาลงบ้าง :P สำหรับน้ำพริกอ่องนี่ คนเหนือสมัยก่อนเขาถือว่าเป็นน้ำพริกชั้นสูงนะครับ เพราะว่าใส่หมูสับด้วย อาหารเหนือสำหรับชาวบ้านโดยทั่วไปก็จะเน้นพวก ผัก ปลา ไก่ ไปตามเรื่องนะครับ หมูนี่จะเลี้ยงไว้กินเฉพาะวันพิเศษ ๆ จริง ๆ เท่านั้น ดังนั้นน้ำพริกที่ใส่หมูสับนี่ ต้องถือว่าไฮโซมากนะครับ

วิธีการทำน้ำพริกอ่องก็เริ่มจากการทำน้ำพริกก่อน ก็เอา ตะไคร้ พริกแห้งแช่น้ำพอนุ่ม เกลือ น้ำปลา กะปิ หอมแดง กะเทียม รากผักชี มาโคลกให้เข้ากันนะครับ บางบ้านก็จะใส่ถั่วเน่าด้วย ก็แล้วแต่ชอบครับ พอเตรียมน้ำพริกเสร็จแล้ว ก็เอาน้ำมันใส่ลงในกะทะ ตั้งไฟพอร้อน ก็เอาน้ำพริกลงไปผัด ตามด้วยหมูสับ และมะเขือเทศสีดา (ฝรั่งเรียก grape tomato) หั่นครึ่งแล้วนะครับ บางบ้านจะเอามะเขือเทศลงไปโคลกกับน้ำพริกให้มันเละ ๆ ด้วย แต่ผมเน้นใช้ตะหลิวบี้ ๆ เอา ก็ผัดไปเรื่อย ๆ จนหมูสุก ก็เติมน้ำลงไปน่อยนะครับ เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนมะเขือเทศสุกนุ่มเละน่ากิน ก็ปรุงรส เวลาเสริฟก็เอาผักชีโรยหน้านิด ก็เสร็จแล้วครับ กินกับไข่ต้มและผักต้มก็อร่อยดีนักแล

วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ข้าวผัดน้ำพริกอ่อง

เนื่องจากติดเกาะได้เกือบเดือน เริ่มคิดถึงอาหารเมืองๆ หยิบพริกแกงส้มของโลโบ้มาซองนึง วิธีทำก็มั่วๆ ตามนี้เลยเจ้า

  • หุงข้าวรอก่อนเลย ระหว่างรอข้าวสุกก็เตรียมวัตถุดิบไปพลางๆ
  • หมักหมูสับ 2 ขีดด้วยกระเทียมสับ กับเครื่องปรุงตามชอบ จากนั้นเติมตักเอาพริกแกงมา 2 ช้อน ผสมลงไปด้วยกัน
  • หยิบมะเขือเทศลูกใหญ่มา 2 ลูก หั่นมะเขือเทศเป็นชิ้นเล็กหน่อย แล้วเอามือบีบให้น้ำมะเขือเทศออกมา
  • มื้อนี้อยากกินไข่ต้มด้วย เลยเปิดอีกเตาทำไข่ต้มไปพร้อมๆ กัน
  • ตั้งกระทะด้วยไฟอ่อน เทน้ำมันลงไปนิดหน่อย พออุ่นๆ ก็ใส่พริกแกงที่เหลือทั้งซองลงไปคั่ว
  • พอพริกแกงเริ่มหอม (แอบจามไปหน่อยนึง) ก็ใส่หมูลงไป จนหมูเริ่มสุกนิดๆ ก็เทมะเขือเทศตามลงไป เทน้ำเพิ่มอีกนิดหน่อย เนื่องจากพริกแกงส้มจะเปรี้ยวกว่าน้ำพริกอ่อง เลยต้องปรุงด้วยน้ำปลากับน้ำตาลเพิ่มอีกซักนิด

  • พอน้ำเริ่มขลุกขลิกแล้วก็ถึงเวลาเอาข้าวสวยลงไปคลุกในกระทะจนเข้ากันดี ส่วนไข่ต้มก็พอดีสุก จัดใส่จาน หน้าตาก็เป็นเช่นนี้แล.. ดูขาดสีสันไปหน่อย ถ้าได้แตงกวากับผักลวกอีกนิดคงแจ่มน่าดู

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

น้ำพริกหนุ่ม


น้ำพริกภาคบังคับของคนเหนือ กินกับข้าวเหนียวก็ดี กินกับไก่ย่างก็อร่อย หรือจะกินกับแคบหมูก็เข้ากันเป็นที่สุด วิธีทำน้ำพริกจานนี้ก็ง่ายนิดเดียว

เผาพริกชี้ฟ้า หอมแดง กระเทียม ทั้งเปลือกจนกลิ่นหอม ใช้พริกเยอะหน่อย หอมกระเทียมเท่าๆ กันแต่ไม่ต้องเยอะมาก ถ้าหาวัตถุดิบไม่ได้ก็อาจใช้พริกขี้หนู หอมหัวใหญ่แทนก็ได้ เมื่อเผาจนหอมดีแล้วก็ปอกเปลือก โยนหอมกับกระเทียมใส่ครกแล้วโขลกให้ละเอียด เสร็จแล้วถึงใส่พริก ตำแค่พอแหลก ปรุงรสด้วยน้ำปลา ถ้าชอบหวานก็ใส่น้ำตาลนิดหน่อย

นึ่งผักกาด ฟักทอง หรือผักตามฤดูกาลแค่พอสุกเป็นเครื่องเคียง หรือถ้าชอบสดๆ ก็หั่นผักสดเป็นท่อนๆ เสริฟได้เลยครับ

วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2550

น้ำพริกกะปิกับผักชุบไข่ทอด

น้ำพริกกะปิเป็นอาหารคู่ครัวของคนภาคกลาง เหมือนน้ำพริก(ตา)แดงของคนภาคเหนือ วิธีการทำก็ไม่อยาก แต่อาจจะเป็นปัญหาสำหรับคนที่อยู่ต่างประเทศบ้าง เพราะอาจจะหาเครื่องปรุงได้ไม่ครบ เช่น มะอึก เป็นต้น

การทำน้ำพริกกะปิก็เริ่มจากการเอากะปิมาเผาไฟให้หอม ถ้ามีใบตอง ก็ห่อใบตอง แต่ถ้าไม่มี ก็ใช้อลูมิเนียมฟอยล์ก็ได้ พอกะปิหอม ก็เอามาโขลกกับกระเทียม ถ้าไม่มีครก ก็ใช้เครื่องปั่นอาหาร(ภาษาอังกฤษจะเรียก blender หรือว่า  food processor) ก็ได้ (ในรูปก็ใช้เครื่องปั่นอาหารแบบมือถือทำ เครื่องปั่นอาหารแบบนี้เหมาะกับการมีไว้คู่ครัวเป็นอย่างยิ่ง) พอกะปิกับกระเทียมเข้ากันแล้ว ก็บีบมะนาวลงไป ตามด้วยน้ำตาลปึกและพริกขี้หนู อย่าใส่พริกขี้หนูเยอะ เพราะถ้าเผ็ดแล้วแก้ยาก ถ้ามีกุ้งแห้ง มะอึก มะเขือพวง หรือว่ามะเขือเปราะก็ใส่ลงไป แล้วก็โขลก หรือว่าปั่นไปเรื่อย ๆ จนเข้ากับหมด ระหว่างนั้นก็คอยชิมรสแล้วก็เติมน้ำมะนาว น้ำปลา หรือว่าน้ำตาล ตามสมควร เสร็จแล้วก็เทใส่ถ้วยไว้

ส่วนผักชุบแป้งทอดนั้น ถ้ามีชะอมก็จะดีมาก แต่ในต่างประเทศอาจจะหายาก ลองใช้watercrest ก็ได้รสชาติดีเหมือนกัน ก็เอาไข่มาตีให้เข้ากับปรุงรสนิดหน่อย เสร็จแล้วก็เอาชะอมหรือว่า watercrestมาสับให้เป็นท่อนสั้น ๆ ยาวสัก 1 cm. แล้วก็เอาไปคลุกกับไข่ให้เข้ากัน ตั้งกะทะให้ไฟแรง เทน้ำมันลงไป พอน้ำมันร้อน ก็เทผักชุบไข่ลงไปทอด พยายามใช้ตะหลิวเกลี่ย ๆ ให้ผักชุบไข่แผ่ออกจะได้เป็นแผ่นแบน ๆ พอด้านล่างสุก ก็พลิกเอาด้านบนลงไปทอดบ้าง พอสุกทั้งสองด้าน ก็เอาขึ้นมาซับน้ำมัน แล้วก็ตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ กินพร้อมกับน้ำพริกได้เลย

นอกจากผักชุบไข่แล้ว หน่อไม้ ผักลวก ปลาทูหรือว่าปลาสลิดทอด ก็กินกับน้ำพริกกะปิอร่อยเหมือนกัน