แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของหวาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของหวาน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Soft chocolate chip cookie


มีอารมณ์จะอบขนม ปกติผมจะทำ short-bread แต่คราวนี้ ลองเปลี่ยนมาเป็น soft cookie ดู

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Apple crumble


แม่ให้แอปเปิลมาสองลูกและผลไม้อื่น ๆ คาดว่าคงกินไม่หมด แอปเปิลที่คิดออก ถ้าจะทำขนมก็คือทำ apple crumble กับ apple cider แต่ apple cider นี่ อีกนานกว่าจะได้กิน ก็เลยทำ apple crumble ดีกว่า ขั้นแรกก็คือ ปอกเปลือกแล้วหั่นแอปเปิลเป็นชิ้น ๆ


พอเสร็จแล้ว ก็เอาแอปเปิลที่หั่นแล้ว ใส่ในชามใหญ่ ๆ ใส่น้ำตาลทรายขาวละเอียด (castor sugar) ลงไปสองช้อนโต๊ะ ใส่น้ำไปนิดหน่อย แล้วก็คลุกให้น้ำตาลเคลือบแอปเปิลจนทั่ว


พอเตรียมแอปเปิลเสร็จ ก็ผสมแป้งสาลี 3/4 ถ้วย กับอบเชย (cinnamon) บดละเอียด 1 ช้อนชา คลุกให้เข้ากัน


พอเข้ากันดี ก็ใส่เนยลงไป 100 กรัม หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ค่อย ๆ เอามือคลุกเบา ๆ ให้เนยกับแป้งคลุกติดกันเป็นก้อนเล็ก ๆ แต่ไม่ถึงกับเนียนเป็นชิ้นเดียวกัน


พอคลุกได้ที่ ก็ใส่น้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วย และ breadcrumb 1/2 ถ้วย จริง ๆ ในสูตรที่ผมมี เขาให้ใส่ rolled oat (ซึ่งก็คือพวก cereal ที่กินเป็นอาหารเช้า) แต่ที่บ้านไม่มี ก็เลยใส่ breadcrumb แทน ใส่เข้าไปแล้วก็คลุกให้เข้ากัน


เตรียมส่วนผสมเสร็จแล้ว ก็เอาเนยทาพิมพ์นะครับ จริง ๆ เขาให้ใช้ชามทนความร้อนก้นตื้น แต่บ้านผมไม่มี ก็ใช้พิมพ์ทำขนมปังนั่นแหละ พอทาเสร็จ ก็เอาแอปเปิ้ลลงไปเรียง ๆ จนเต็ม


แล้วก็โรยหน้าด้วยส่วนผสมนะครับ


เอามือเกลี่ยให้เรียบดี ก็เอาเข้าเตาอบที่ 190C ประมาณ 40 นาที หรือดูว่าด้านบนมันเป็นสีน้ำตาลเข้มสวยดี ก็เอาออกมาจากเตาอบได้ กินตอนร้อน ๆ กับไอศครีมวนิลา จะอร่อยมากครับ

วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2552

บัวลอยเผือก



เด็กที่บ้านอยากกินบัวลอยเผือก ก็เลยทำให้กิน เริ่มจากเอาเผือกมาต้มหรือนึ้งให้สุกแล้วก็ช้อนมาบี้ให้ละเอียด แล้วก็เอามือนวด ๆ ให้เหนียวเสร็จแล้วก็เอาแป้งข้าวเหนียวผลงไปผสมกับเผือกในอัตราหนึ่งต่อหนึ่ง ใส่น้ำลงไปนิดหนึ่งแล้วนวดแป้งกับเผือกให้เข้ากันก็ปั้นแป้งให้เป็นลูกกลม ๆ เล็ก ๆ พอนวดเสร็จทั้งหมดก็ทิ้งไว้

พอนวดแป้งเสร็จแล้ว ก็เอากะทิใส่หม้อเติมน้ำตาลลงไปใส่เกลือนิดหน่อย พอให้ได้รสหวานเค็มมันถ้ามีใบเตยก็ใส่ลงไปด้วยจะได้หอม ๆ ก็ตั้งไฟเคี่ยวกะทิไปเรื่อย ๆ เสร็จแล้วก็เอาหม้ออีกใบตั้งน้ำร้อนให้เดือด พอน้ำเดือดจัด ๆ ก็ใส่แป้งที่ปั้นไว้แล้วลงไปต้ม พอแป้งลอยขึ้นมา ก็ทิ้งไว้สักห้านาทีก็ช้อนขึ้นมาสบัดสักสองสามทีให้น้ำแห้ง ก็เทแป้งที่สุกแล้วลงในหม้อกะทิ พอต้มแป้งในน้ำเดือดเสร็จหมดแล้วก็เคี่ยวกะทิ(ที่มีแป้งอยู่ข้างใน)ไปสักพัก ก็ตักเสริฟได้

วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ขนมต้มใบเตย

งานเดียวกันกับขนมกลีบลำดวน ช่วยกันทำกะผู้ใหญ่(ที่)บ้านไว้เป็นตัวเลือก บวกกับคนทำอยากกินด้วย หุหุ

สิ่งที่ต้องเตรียม
  • แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วย
  • กะทิ 2 ช้อนโต๊ะ
  • มะพร้าวขูดสำหรับทำไส้ 100 กรัม
  • มะพร้าวขูดสำหรับคลุก 1 ถ้วย
  • น้ำใบเตย 1/4 ถ้วย
  • น้ำตาล 1/2 ถ้วย
  • เกลือ 1/8 ช้อนชา


วิธีทำ
1. เริ่มจากทำไส้ก่อน เอามะพร้าวกับน้ำตาลใส่หม้อ ตั้งไฟกลาง คนไปเรื่อยๆ จนเหนียว ปิดไฟพักไว้ให้เย็น ปั้นเป็นก้อนกลม
2. ผสมมะพร้าวขูดกับเกลือ แล้วเอาไปนึ่งพอร้อน พักไว้
3. นวดแป้งข้าวเหนียวกับกะทิและน้ำใบเตยจนเข้ากันดี ปั้นเป็นก้อนกลม แล้วรีดเป็นแผ่นกลม ใส่ไส้ที่เตรียมไว้จากข้อ 1 ห่อให้เป็นก้อนกลม แล้วนำไปต้มในน้ำเดือดใช้ไฟปานกลาง พอสุกแป้งจะลอยขึ้นมา ช้อนขึ้นแล้วคลุกกับมะพร้าวที่เตรียมไว้ในข้อ 2 เป็นอันเสร็จ กินได้
หมายเหตุ สูตรเอามาจากหนังสือ popular thai cruisine ของสำนักพิมพ์แสงแดด

วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ขนมกลีบลำดวน



เพื่อนชวนไปกินเลี้ยงวันคริสต์มาส ก็เลยทำขนมไปร่วมงานด้วย ก็ช่วยกันทำกับเด็กที่บ้านเพราะว่าจะทำไปสองอย่าง (เผื่อว่าไม่ชอบอันนี้ ก็จะได้กินอีกอันนั่นเอง) จะว่าไปแล้ว ขนมกลีบลำดวนน่าจะเป็นขนมที่ทำง่ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ต้องเตรียมคือ
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วย
  • น้ำตาล 1 ถ้วย
  • น้ำมันพืช หรือว่าน้ำมันถั่วเหลือง 3/4 ถ้วย
  • ไข่แดงตี
  • ดอกมะลิ กระดังงา หรือว่าควันเทียน (ถ้ามี)
ปกติทำอาหารผมจะไม่ค่อยชั่งตวงวัด แต่ว่าทำขนมถ้าไม่ตวงนี่ จะล่มเอาได้ง่าย ๆ ดังนั้นก็ต้องตวงกันหน่อย วิธีการทำ ก็เริ่มจากเอาแป้งมาร่อนให้ละเอียด ตามด้วยน้ำตาลร่อนให้ละเอียดเหมือนกัน แล้วก็ผสมให้เข้ากับแป้ง พอเข้ากันดีแล้ว ก็ค่อย ๆ เทน้ำมันใส่ลงไปผสมกับแป้งและน้ำตาล ค่อย ๆ ใส่น้ำมันแล้วก็นวดแป้งไปเรื่อย ๆ ระวังอย่าให้แป้งเหลวเกินนะครับ ก็นวดไปเรื่อย ๆ จนแป้งเนียนเข้ากับดี ก็ปั้นแป้งเป็นก้อนกลม ๆ เส้นผ่าศูนย์กลางสักสองเซ็นติเมตร ก็ปั้นไปเรื่อย ๆ จนเกือบหมดแป้ง พอปั้นเสร็จก็เอามีดคม ๆ บาง ๆ มาหั่นแป้งให้เป็นสามแฉก แบะออกเป็นกลีบดอก แล้วปั้นแป้งเป็นลูกกลม ๆ เล็ก วางข้างบนเป็นเกษรดอกไม้ (ดูรูปข้างบน) ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนหมดแป้งแล้วก็เอาไข่แดงมาป้าย ๆ ตรงเกษรดอกไม้สักนิดหน่อย เสร็จแล้วก็เอาไปอบที่ความร้อนสัก 350 F สัก 8-10 นาที ก็คอยดู ๆ เอานะครับ ว่าแป้งเหลืองออกสีน้ำตาลนิด ๆ ก็ใช้ได้แล้วครับ เอามาพักไว้ให้เย็น


ถ้าใครอยากอบให้หอม ก็เอาขนมใส่โถก้นลึก เอาดอกมะลิหรือว่าควันเทียนใส่ในถ้วยวางลงไป ปิดฝาไว้ ทิ้งไว้สักคืน ก็หอมแล้วครับ  :)

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ชิฟฟอนส้ม


เบื่อๆ เลยทำขนมเล่นดีกว่า ถามคุณ pC ว่ากินชิฟฟอนส้มมั้ย ตอนแรกบอกว่าไม่เอา แต่พอเห็นรูปก็อยากกินขึ้นมาทันที วันนี้ก็เลยต้องมาเป็นลูกมือกิตติมศักดิ์ (หายาก)

มาดูส่วนผสมกัน
แป้งเค้กร่อน 1+1/2 ถ้วย
ผงฟู 1 ช้อนชา
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
ไข่ไก่ (แยกไข่แดง ไข่ขาว) 4 ฟอง
น้ำมันพืช 1/4 ถ้วย
น้ำส้มคั้น 1/3 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
กลิ่นส้ม 1 ช้อนชา
สีผสมอาหารสีส้ม 1/2 ช้อนชา
ครีมออฟทาร์ทาร์ 2 ช้อน (แต่ที่บ้านไม่มี เลยไม่ได้ใส่)
มาการีนหรือเนยสด สำหรับทาถาด

วิธีทำ
1. อุ่นเตาอบไว้ก่อนที่ 250 องศา F ทาเนยให้ทั่วถาด ปูกระดาษไขทับ ทาเนยให้ทั่วอีกหน พักไว้
2. ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือ 2 ครั้ง พักไว้
3. ผสมไข่แดง น้ำมัน น้ำส้ม น้ำตาล (1/4 ถ้วย) กลิ่นส้ม สีส้ม ตีด้วยตะกร้อให้เข้ากัน แล้วค่อยใส่แป้งทีละหน้อย คนตะล่อมให้เข้ากันจนหมดแป้ง
4. ตีไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์ในอ่างผสม ใช้หัวตีตะกร้อ ตีด้วยความเร็วสูง จนไข่ขาวขึ้นฟูเล็กน้อย ค่อยๆ ใส่น้ำตาลที่เหลือทีละน้อยจนหมด ตีจนไข่ขาวตั้งยอดแข็ง ปิดเครื่อง ใช้พายยางตักไข่ขาวใส่ลงผสมในอ่างแป้งที่ทำไว้ทีละน้อย คนเบาๆ ด้วยตะกร้อไปทางเดียวกันให้เข้ากันอย่างรวดเร็ว จนไข่ขาวหมด
5. เทส่วนผสมใส่ถาดที่เตรียมไว้ ยกถาดเคาะเบาๆ 2-3 ครั้ง เพื่อไล่อากาศ
ุ6. ปรับเตาอบเป็นอุณหภูม 325 องศา F อบจนเค้กสุก (ที่บ้านใช้เวลาประมาณ 30 นาที)
7. ยกออกมาพักไว้ 5-10 นาที คว่ำออกจากถาด ลอกกระดาษไข วางพักบนตะแกรงจนเย็น

จากนั้นก็มาทำ บัตเตอร์ครีมส้ม
ส่วนผสมมี
เนยจืด (ก้อนละ 227 g) 3/4 ก้อน พักให้นุ่ม
เนยขาว 1/4 ถ้วย
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
น้ำตาลไอซิ่งร่อน 1/2 ถ้วย
นมข้นจืด 1/3 ถ้วย
กลิ่นส้ม 1+1/2 ช้อนชา
สีส้ม 1/2 ช้อนชา (ไม่ได้ใส่)

วิธีทำ ตีเนยสด เนยขาว เกลือ ด้วยหัวตีใบพัดด้วยความเร็วสูง จนเนยขึ้นฟูเป็นสีครีมนวล ค่อยๆ ใส่น้ำตาล จนหมด ค่อยๆ รินนมข้นจืดจนหมด ใส่กลิ่นส้ม สีส้ม ตีจนขึ้นฟูเบาเข้ากันเป็นครีม

พอเค็กเย็น ก็แบ่งเป็นสองส่วน ทาครีมปาดให้ทั่วบ่นแผ่นแรก แล้วอีกแผ่นประกบให้เสมอกัน ตัดเป็นชิ้นๆ กินได้ :-)

หมายเหตุ สูตรมาจากหนังสือ เบเกอรีเป็นอาชีพ ของสำนักพิมพ์แสงแดด

วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Yeast ! We can

ในระหว่างที่ทีวีทุกช่องกำลังรายงานข่าวเลือกตั้งประธานาธิปดีของสหรัฐฯ ชนิดนาทีต่อนาที มีคนรอลุ้นอยู่ทั่วประเทศ แหะๆ ไปทำขนมปังดีกว่า กว่าจะเสร็จคงรู้ผลพอดี (เกี่ยวอะไรกันเนี่ย)

เป็นเด็กที่บ้านของเวปนี้มานาน เพิ่งได้รับเชิญให้เขียนกะเค้าบ้าง ขอประเดิมโพสต์แรกด้วย ขนมปังเนยสด ละกัน

เนื่องมาจากว่า ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี บ้านเราก็เลยไม่มีแม้แต่ข้าวสารจะกรอกหม้อ นอกจากนั้นของต่างๆ ในตู้เย็นก็ร่อยหรอ แต่ไม่ต้องห่วงเราได้ตุนแป้งชนิดต่างๆ ไว้แล้ว เมื่อไม่มีข้าวจะกิน เก๊าะกินขนมปังแทนละกัน ของที่ใช้ก็เป็นของที่มีติดบ้านฮับ อันได้แก่ แป้งขนมปัง แป้งเค้ก นม เนย น้ำตาล เกลือ ยีสต์ นมข้นจืด นมผง ไข่ไก่ วานิลลา น้ำเปล่า (ขนาดไม่ค่อยมีของในตู้เย็นนะเนี่ย) เอ ต้องบอกมั้ยเนี่ย ว่าใช้อะไรเท่าไหร่ ทุกทีไม่เห็นพี่ Pruet เขียนเลย บอกว่าให้กะๆ เอา หุหุ ว่าแต่ทำขนมปังไม่บอกว่าใส่อะไรเท่าไหร่ จะทำได้มั้ยอ่ะ เอาเป็นว่าใส่ไว้หน่อยละกัน

ขนมปังเนยสด
แป้งขนมปัง 3 ถ้วย
แป้งเค้ก 1+1/2 ถ้วย
นมผง 1/4 ถ้วย
ไข่ไก่ 1 ฟอง
น้ำ 2/3 ถ้วย
นมข้นจืด 1/4 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
เกลือป่น 1 ช้อนชา
วานิลลา 1 ช้อนชา
ยีสต์ 1/2 ช้อนโต๊ะ
เนยสดชนิดจืด 4 ออนซ์
เนยสดชนิดเค็ม 8 ออนซ์ หั่นเป็นชิ้นเล็ก แช่เย็นจัด
ไข่ไก่ตีให้เข้ากัน สำหรับทาหน้า
น้ำตาลไอซิ่ง สำหรับโรยหน้า
เนยหรือมาการียน สำหรับทาถาด
เยอะชะมัด ทีนี้ก็มาถึงวิธีทำ เอาแป้งขนมปัง แป้งเค้ก นมผง มาร่อน 2 ครั้ง พักไว้ก่อน

จากนั้น ก็เอาส่วนผสมที่เหลือ อันได้แก่ ไข่ น้ำ นมข้นจืด น้ำตาล เกลือ และวานิลลา ใส่อ่างตีด้วยตะกร้อ พอให้เข้ากัน

แ้ล้วก็เอามาเทใส่เครื่องทำขนมปัง เพื่อเป็นการทุ่นแรง ไม่ต้องนวดเองให้ลำบาก (อันที่จริงเครื่องทำขนมปังนี้เป็นของพี่ Pruet แต่มันคงไม่ถูกกะพี่เค้า เพราะยังไม่เคยได้กินฝีมือพี่ Pruet อ๊ะ แต่ไม่ใช่พี่เค้าไม่เคยทำน๊า)
หน้าตาเครื่องทำขนมปังของพี่ Pruet

แล้วก็เทแป้งที่ร่อนเรียบร้อยแล้วใส่ลงไป ทำตรงกลางให้เป็นหลุม ใส่ยีสต์ ตั้งโปรแกรมทำ dough กดปุ่ม start พอแป้งเริ่มจับตัว เก๊าะเอาเนยจืดที่ละลายโดยการยัดใส่ไมโครเวฟซัก 20-30 วินาที เทลงไป

จากนั้น ก็ไปนั่งตีพุงเชียร์โอบามา ต่อไปได้ พอเริ่มจะแน่ใจว่าโอบามาชนะแน่ ก็ได้แป้งมาเตรียมปั้นได้ (เกี่ยวอะไรกันเนี่ย)

เตรียมถาดสำหรับอบ ทาเนยหรือมาการีนให้ทั่ว แต่คนทำขี้เกียจเลยล้างถาดเลยเอาฟรอยด์มาหุ้ม แล้วก็ฉีดเนยลงไป หุหุ

เอาแป้งออกจากเครื่องทำขนมปัง (ลืมถ่ายรูปอ่ะ ติดไว้คราวหน้าละกันน๊า) แบ่งเป็นก้อนเล็ก ก้อนละประมาณ 40 กรัม จากนั้นก็เอาแผ่แป้งให้เป็นแผ่นรียาว เอาเนยสดที่แช่เย็นวางตรงริมแป้ง แล้วม้วน วางเรียงใส่ถาด ทำจนหมด แล้วคลุมด้วยพลาสติก รอให้ขึ้นอีกซักหน่อย ระหว่างนั้นก็ไปฟังโอบามาพูดได้ รอซักพัก คนรอเริ่มรอไ่ม่ไหว เพราะอยากกินเต็มทีแล้ว เอาไข่ไก่ทาให้สีสวยๆ ก็เลยยัดเข้าเตาอบ อบที่ 340 องศาฟาเรนไฮต์ สัก 20 นาที ได้ออกมาหน้าตาประมาณเนี๊ยะ

เอาออกมาทาเนย เอาออกจากถาด วางพักบนตะแกรง โรยน้ำตาลไอซิ่งบางๆ เทคนิคในการโรยน้ำตาลไอซิ่ง ควรใช้ที่ร่อนแป้ง หรือกระชอนเล็กๆ แต่ที่บ้านที่ไซส์นี้เท่านั้น หุหุ

ภาพนี้ เจ้าของมือบอกว่า ขอมีเอี่ยวด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทำอะไรเลย

กินได้แล้ว เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆ

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ข้าวเหนียวปิ้ง

เด็กที่บ้านอยากกินข้าวเหนียวปิ้ง ถึงขั้นไปซื้อใบตองมาให้ ใบตองนี้ราคาแพงพอ ๆ กับผัก แต่ว่ากินไม่ได้นะครับ แต่ในเมื่อซื้อมาแล้วก็ทำให้กิน



วิธีทำก็เริ่มจากเอาข้าวเหนียวมาแช่น้ำทิ้งไว้สักคืน พอเช้าก็เอารังถึงขึ้นตั้งไฟแล้วก็หุงข้าวเหนียวให้สุกนะครับ พอสุกดีแล้ว ก็เอากะทิใส่ลงไปในหม้อ เปิดไฟอ่อนหน่อย คนกะทิไปเรื่อย ๆ จนเริ่มเดือด ก็ใส่ข้าวเหนียวลงไปในหม้อนะครับ คนให้เข้ากับกะทิ แล้วก็ใส่น้ำตาลกับเกลือลงไปพอให้หวานเค็มมันนะครับ พอกะทิงวดดีแล้ว ก็ปิดไฟ แล้วทิ้งให้ข้าวเหนียวมูลเย็นนิดหนึ่ง แล้วก็เอาใบตองมาตัดให้ได้ขนาดสักสองฝ่ามือนะครับ แล้วก็ตักข้าวเหนียวมูลวางลงไปตรงกลาง ตัดกล้วยน้ำว้าเป็นชิ้นยาว ๆ วางทับลงไป แล้วเอาข้าวเหนียวทับลงไปอีกชั้น แล้วก็ห่อใบตองให้มิดชิด เสร็จแล้วก็เอาที่เย็บกระดาษเย็บหัวท้าย หรือว่าใช้ไม้กลัดกลัดไว้นะครับ จริง ๆ ถ้าแถวบ้านจะห่อให้เป็นแบบสามหลี่ยมนะครับ แต่ห่อยาว ๆ เย็บหัวท้ายก็ง่ายดี ทำจนข้าวเหนียวหมดหม้อนะครับ แล้วก็เอาไปปิ้งจนใบตองเหลืองกรอบ ก็เอามากินได้นะครับ

ข้าวเหนียวเปียก



เด็กที่บ้านอยากกินข้าวเหนียวเปียก พอดีมีข้าวโพดต้มกับเผือกต้มอยู่ ก็เลยได้ทำข้าวเหนียวเปียกเผือกกับข้าวโพด (จริงๆ เจ้าตัวคงอยากกินข้าวเหนียวเปียกลำใย แต่ลำใยมันหายากหน่อย) วิธีทำ ก็เริ่มจากเอาข้าวเหนียว(ที่ยังไม่ได้หุงนะครับ) ใส่หม้อแล้วก็ใส่น้ำลงไปให้พอท่วมข้าวแล้วก็เปิดไฟปานกลางแล้วก็คนไปเรื่อย ๆ ไม่งั้นข้าวจะใหม้ก้นนะครับ พอน้ำเดือดก็หรี่ไฟลง แล้วก็คนไปเรื่อย ๆ คอยสังเกตุดูว่าข้าวเริ่มบานหรือยัง พอเริ่มบานนิด ๆ ก็ใส่น้ำตาลลงไปนะครับ ถ้าใส่น้ำตาลลงไปช้า ข้าวจะเละง่ายนะครับ แต่ถ้าใส่ไวไป ข้าวจะแข็งใน หลังจากใส่น้ำตาลลงไปแล้วก็คนไปเรื่อย ๆ พอข้าวบานสุกดีแล้ว ก็ใส่ข้าวโพดต้มกับเผือกต้มที่หั่นเป็นชิ้น ๆ แล้วลงไปนะครับ ถ้าไม่ได้ต้มข้าวโพดและเผือกมาก่อน ก็ใส่ไปตอนที่ใส่น้ำตาลก็ได้ครับ หลังจากนั้น ก็ใส่เกลือลงไปนิดหน่อย แล้วก็คนช้า ๆ ไปเรื่อย ขณะเดียวกันก็ไปทำน้ำกะทินะครับ เอาหัวกะทิใส่ลงไปในหม้ออีกใบเปิดไฟต่ำ หมั่นคนไปเรื่อย ๆ พอกะทิร้อน ก็ใส่เกลือลงไปนิดหน่อย พอให้ได้รสเค็มนิด ๆ ถ้าไม่มีหัวกะทิ ก็ใช้น้ำกะทิธรรมดา แต่เติมแป้งมันลงไปนิดหน่อยให้กะทิข้นขึ้นนะครับ พอข้าวเหนียวสุกได้ที่แล้ว ก็ตักใส่ถ้วย ราดกะทิลงไป ก็กินได้แล้วนะครับ :)

วันเสาร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2551

แกงบวดฟักทอง

มาทำขนมกันดีกว่าครับ :) พอดีไปได้ฟักทองมาจากตลาด ก็เลยจะทำแกงบวดฟักทองกันเพราะที่บ้านก็ดูท่าจะชอบกินกัน

อันดับแรกก็เอาฟักทองมาล้างแล้วก็หั่นเอาเปลือกกับเม็ดออกก่อนนะครับ



ที่เห็นในรูปนั่นคือมีดคู่กายผมเองครับ (สังเกตุว่าด้ามจะแตกด้วย ถ้าไม่แตก ไม่ใช่ของจริง) เวลาทำครัวจริง ๆ มีแค่มีดดี ๆ กะทะก้นกลม ตะหลัวดี ๆ สักอัน แล้วก็เตาไฟแรง ๆ ก็พอแล้วครับ (ที่ว่ามา ที่บ้านมีแต่มีดที่พอใช้ได้ T_T ) เสร็จแล้วก็หั่นฟักทองเป็นชิ้น ๆ นะครับ แนะนำให้หั่นเป็นชิ้นยาว ๆ แบบในรูปข้างล่างนะครับ จะสุกง่ายแล้วก็ทั่วถึงนะครับ พอหั่นเสร็จก็เอาไปล้างน้ำ ถ้ามีน้ำปูนใสก็เอาไปแช่น้ำปูนใสไว้สักสิบนาทีแล้วค่อยเอาไปล้างน้ำนะครับมันจะได้กรอบนอกนุ่มใน พอล้างน้ำสะอาดดีแล้วก็เอามาผึ่งให้แห้งครับ



ถ้าดูจากในรูปจะเห็นว่าฟักทองวันนี้จะไม่แก่มากครับ ข้อดีคือเวลาต้มมันจะไม่เละ ข้อเสียคือเวลาต้มมันจะไม่เละ :P ถ้าใครชอบฟักทองเละ ๆ ก็ควรเลือกที่แก่หน่อยครับ ลองเอานิ้วกดดูก็ได้ ถ้ากดแล้วเนื้อจมลงไปก็แสดงว่าแก่ใช้ได้ครับ พอล้างฟักทองเสร็จก็เอากะทิตั้งไฟอ่อน ๆ แล้วก็หมั่นคนเรื่อย ๆ นะครับ อย่าให้กะทิแตกมันเสร็จแล้วก็ใส่น้ำตาลทรายแดงหรือว่าน้ำตาลมะพร้าวลงไป (อย่าใช้น้ำตาลทรายขาวครับ ไม่หอม) แล้วก็ใส่เกลือลงไปด้วยให้มันเค็ม ๆ มัน ๆ ครับ พอกะทิเริ่มเดือดปุ๊ด ๆ ก็ใส่ฟักทองลงไป แล้วก็คนช้า ๆ ไปเรื่อย ๆ ครับ



พอเนื้อฟักทองเละดี ก็กินได้แล้วครับ บางคนก็ชอบโรยงาคั่ว แต่ผมกินเปล่า ๆ ก็อร่อยแล้วครับ

รูปข้างล่างนี่ เนื่องจากฟักทองมันไม่แก่มากนะครับ (ที่บ้านเรียก มันยังหนุ่มอยู่) สีมันเลยออกมาจืด ๆ หน่อยไม่ออกสีส้มมากนะครับ หน้าตาไปเหมือนมันเชื่อมซะงั้น

วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2551

ข้าวเหนียวมะม่วง

วันนี้เด็กที่บ้านอยากกินข้าวเหนียวมะม่วง แถมซื้อมะม่วงมารอไว้แล้วก่อนด้วย ก็เลยทำอย่างที่เห็น



วิธีการทำก็ไม่ยากครับ เอาข้าวเหนียวมาแช่น้ำทิ้งไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง จะให้ดี ก็ทิ้งค้างคืนไว้นะครับ ถึงเวลาก็ตั้งหม้อนึ่งแล้วก็นึ่งข้าวนะครับ ระหว่างนั้นก็เอากะทิทั้งไฟอ่อน ๆ อีกหม้อหนึ่ง อย่าให้ไฟแรงมากนะครับเดี๋ยวจะแตกมัน ใส่น้ำตาลเข้าไปตามด้วยเกลือ ให้เค็ม ๆ มัน ๆ พอกะทิเดือด ก็ปิดไฟ แล้วพอข้าวหนียวสุก ก็ใส่ลงไปในหม้อกะทิแล้วก็คนให้เข้ากัน (ภาษาชาวบ้านเรียกว่า มูลข้าวเหนียว) พอเข้ากันดีแล้วก็ปิดฝาไว้ให้มันระอุ แล้วก็ไปตั้งหม้ออีกหม้อ เอากะทีใส่เข้าไปน้ำตาลกับเกลือนิดหน่อยแล้วก็ใส่แป้งข้าวโพดแล้วก็คนจนเหนียวนิด ๆ ก็ปิดไฟ

เวลากินก็เอาข้าวเหนียวใส่จาน ตามด้วยมะม่วง ราดด้วยน้ำกะทิ แล้วโรยด้วยงาคั่ว

วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

ขนมถั่วแปบ

วันนี้เด็กที่บ้านอยากกินขนมครับ ก็เลยทำขนมถั่วแปบ แต่มันเรื่องมาก อยากกินข้าวโพด ไม่อยากกินแบบถั่วซีก ก็เลยได้เป็นขนมถั่วแปบข้าวโพดหวาน ตามรูปครับ :D



วิธีการทำ ก็เริ่มจากเอาถั่วซึก(ถั่วเขียวแช่น้ำ) มานึ่ง แต่ที่ทำ ก็ใช้ข้าวโพดหวานแทนครับ



ต่อมาก็ตวงแป้งข้าวเหนียวครับ ตวงเสร็จก็นึกได้ว่า ตามสูตรเขาไม่ได้บอกว่าใส่น้ำเท่าไหร่ (ฮา) ก็เลยใส่น้ำแบบกะ ๆ เอา ก็ใส่ไปนวดไป ดูว่ามันไม่เหนียวเกินไปครับ



วิธีการดูว่ามันเหลวไปหรือเปล่า ก็เอานิ้วจิ้ม ๆ ดูครับ ว่ามันติดนิ้วหรือเปล่า ก็อย่าให้มันเหลวเกิน ก็นวดไปเรื่อย ๆ จนแป้งเนียนนะครับพอแป้งเนียนแล้ว ก็ตั้งหม้อน้ำร้อนนะครับ แล้วก็เตรียมน้ำเย็นไว้อีกหม้อหนึ่ง พอน้ำเดือดปุ๊ด ๆ ก็ปั้นแป้งเป็นก้อนกลม ๆประมาณเหรียญบาทแล้วก็เอาอุ้งมือคลึง ๆ ให้แป้งเป็นแผ่นกลม ๆ แบน ๆ แล้วใส่ลงไปในน้ำนะครับ พอแป้งสุก มันก็จะลอยขึ้นมา ก็ช้อนไปใส่น้ำเย็นนะครับ แป้งจะได้ไม่ติดกัน



พอแป้งสุกหมดแล้วนะครับ ก็เอาข้าวโพดมาคลุกกับมะพร้าวขูด (พยายามขูดมะพร้าวให้ละเอียด ๆ หน่อยนะครับ) ใส่เกลือกับน้ำตาลลงไปในส่วนผสมนิดหน่อยพอให้หวาน ๆ เค็ม ๆ เสร็จแล้ว ก็เอาแป้งที่สุกแล้วมาแผ่นให้บาง ๆ แล้วก็เอาลงไปคลุกกับมะพร้าวและข้าวโพดทั้งสองด้านนะครับ แล้วก็เอามาพับครึ่งให้มีข้าวโพดกับมะพร้าวอยู่ข้างในบ้าง แล้วก็เอามาเรียงใส่จานไว้



พอห่อแป้งเสร็จหมดแล้ว ก็เอามะพร้าวขูดอีกนิดหนึ่ง มาผสมกับน้ำตาลแล้วก็งาขาวบด (งาขาวที่บ้านหมดก็เลยไม่ได้ใส่) เอาไว้สำหรับโรยหน้านะครับ ก็เสร็จแล้วครับ :D



วิธีทำ เอามาจาก Blog ของคุณ Vanilla Orchid ขอขอบคุณด้วยครับ