วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เกี้ยวหมู

เปิดตู้เย็นมา เจอแต่ความว่างเปล่า(อีกแล้วครับท่าน) แต่พอดีเหลือบไปเห็นแผ่นเกี้ยวที่เหลือจากคราวก่อนก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่าทำเกี้ยวน้ำกินดีกว่า



วิธีทำก็เริ่มจากทำเตรียมใส้เกี้ยวก่อนนะครับ จริง ๆ ในตู้เย็นมีกุ้งด้วยแต่ว่าขี้เกียจเกินไป ก็ทำใส้หมูสับธรรมดานี่แหละ ก็เอาหมูสับมาหมักกับซอสหอยนางรมนิดหน่อยซีอิ้วขาวแล้วก็พริกไทยนะครับ อย่าใส่กระเทียมหรือว่าน้ำปลา เพราะกว่ากลิ่นมันจะแรงไปนะครับ แล้วก็นวดหมูให้มันเหนียวนุ่มใช้ได้ก็พักไว้นะครับ ถ้าใครจะทำใส้กุ้งก็เอากุ้งมาบดแล้วก็ผสมกับหมูนิดหน่อยนะครับ จะใส่เห็ดหอมด้วยก็ได้ครับแล้วแต่ชอบ


เสร็จแล้วก็เอาแผ่นเกี้ยวมาตักหมูใส่ตรงกลางแผ่นเกี้ยวสักหนึ่งช้อนชาแล้วก็เอาน้ำหรือว่าไข่ขาวทาตรงขอบนอกของเกี้ยวเสร็จแล้วก็รวบแป้งเกี้ยวเข้าหากันเพื่อให้เกี้ยวห่อหมูไว้ เอานิ้วจับ ๆ ตรงปลายของแป้งเกี้ยวให้ติดกันดีนะครับ ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนหมูหมดหรือว่าเกี้ยวหมด พยายามอย่าให้มีอากาศอยู่ข้างในนะครับไม่งั้นเกี้ยวจะลอยแล้วจะดูยากว่าเกี้ยวสุกหรือยัง


พอห่อเกี้ยวเสร็จหมดแล้ว ก็เอาหม้อตั้งไฟใส่น้ำลงไปนะครับ พอน้ำเดือดก็เอาเกี้ยวลงไปต้ม สังเกตดูว่าตอนใส่เกี้ยวลงไปเกี้ยวจะจมครับ แต่พอเกี้ยวสุกมันจะลอยขึ้นมา ก็ปล่อยให้ลอยขึ้นมาสักพักก็ตักขึ้นมาได้เลยครับ อย่าทิ้งไว้นานเดี๋ยวแป้งเละ พอต้มเกี่ยวหมดแล้วก็เปลี่ยนน้ำในหม้อ ใส่รากผักชีกกับกระดูกหมูลงไปต้มให้ได้น้ำซุบใส่เกี้ยวลงไป ก็ทานได้เลยครับ

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ปอเปี้ยะทอดแผ่นเกี้ยว

เด็กที่บ้านอยากกินปอเปี้ยะทอด แต่ใช้แผ่นเกี้ยว!!!!! ที่ใส่เครื่องหมายตกใจเยอะ ๆ เพราะว่าแผ่นเกี้ยวมันเล็กมาก เล็กกว่าฝ่ามืออีก แล้วต้องเอามาม้วนมาเป็นปอเปี้ยะ แต่ก็ทำออกมาจนได้ ดังรูป



วิธีทำก็ไปดูที่ปอเปี้ยะทอดนะครับ เพราะว่ามันทำเหมือนกัน ต่างกันตรงที่ว่าใช้แผ่นเกี้ยวมาห่อแค่นั้นเอง วิธีห่อก็ทำเหมือนกับห่อปอเปี้ยะปกติ แต่ว่าใส่ใส้ทีละนิด ๆ แค่นั้นเอง



ห่อแล้วก็จะเป็นแบบในรูปนี้



เสร็จแล้วก็เอาไปทอดนะครับ มีทริคอยู่ว่าเวลาทอดอย่าโยนปอเปี้ยะลงไปในกะทะตรง ๆ เพราะว่าปอเปี้ยะจะจมลงไปในก้นกะทะแล้วปอเปี้ยะจะติดก้นกะทะนิครับ วิธีการทอดที่ถูกต้องคือ เอาตะเกียบคีบปอเปี้ยะแล้วจุ่มลงไปในน้ำมันเดือด ๆ พอให้ด้านนอกเริ่มสุกก่อน (ดูได้จากเริ่มมีแผลผุผอง) ก็ถึงปล่อยลงไปทอดในกะทะได้นะครับ ก็ทอดไปเรื่อย ๆ จนแป้งเป็นสีเหลืองน้ำตาล ก็เอามาขึ้นมาพักน้ำมันนะครับ



ก็ทอดไปเรื่อย ๆ จนสุกหมดก็ได้เหมือนรูปข้างบนครับ จิ้มกินกันน้ำจิ้มไก่ หรือว่าน้ำจิ้มท้อก็อร่อยดีเหมือนกัน

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ข้าวเหนียวปิ้ง

เด็กที่บ้านอยากกินข้าวเหนียวปิ้ง ถึงขั้นไปซื้อใบตองมาให้ ใบตองนี้ราคาแพงพอ ๆ กับผัก แต่ว่ากินไม่ได้นะครับ แต่ในเมื่อซื้อมาแล้วก็ทำให้กิน



วิธีทำก็เริ่มจากเอาข้าวเหนียวมาแช่น้ำทิ้งไว้สักคืน พอเช้าก็เอารังถึงขึ้นตั้งไฟแล้วก็หุงข้าวเหนียวให้สุกนะครับ พอสุกดีแล้ว ก็เอากะทิใส่ลงไปในหม้อ เปิดไฟอ่อนหน่อย คนกะทิไปเรื่อย ๆ จนเริ่มเดือด ก็ใส่ข้าวเหนียวลงไปในหม้อนะครับ คนให้เข้ากับกะทิ แล้วก็ใส่น้ำตาลกับเกลือลงไปพอให้หวานเค็มมันนะครับ พอกะทิงวดดีแล้ว ก็ปิดไฟ แล้วทิ้งให้ข้าวเหนียวมูลเย็นนิดหนึ่ง แล้วก็เอาใบตองมาตัดให้ได้ขนาดสักสองฝ่ามือนะครับ แล้วก็ตักข้าวเหนียวมูลวางลงไปตรงกลาง ตัดกล้วยน้ำว้าเป็นชิ้นยาว ๆ วางทับลงไป แล้วเอาข้าวเหนียวทับลงไปอีกชั้น แล้วก็ห่อใบตองให้มิดชิด เสร็จแล้วก็เอาที่เย็บกระดาษเย็บหัวท้าย หรือว่าใช้ไม้กลัดกลัดไว้นะครับ จริง ๆ ถ้าแถวบ้านจะห่อให้เป็นแบบสามหลี่ยมนะครับ แต่ห่อยาว ๆ เย็บหัวท้ายก็ง่ายดี ทำจนข้าวเหนียวหมดหม้อนะครับ แล้วก็เอาไปปิ้งจนใบตองเหลืองกรอบ ก็เอามากินได้นะครับ

ข้าวเหนียวเปียก



เด็กที่บ้านอยากกินข้าวเหนียวเปียก พอดีมีข้าวโพดต้มกับเผือกต้มอยู่ ก็เลยได้ทำข้าวเหนียวเปียกเผือกกับข้าวโพด (จริงๆ เจ้าตัวคงอยากกินข้าวเหนียวเปียกลำใย แต่ลำใยมันหายากหน่อย) วิธีทำ ก็เริ่มจากเอาข้าวเหนียว(ที่ยังไม่ได้หุงนะครับ) ใส่หม้อแล้วก็ใส่น้ำลงไปให้พอท่วมข้าวแล้วก็เปิดไฟปานกลางแล้วก็คนไปเรื่อย ๆ ไม่งั้นข้าวจะใหม้ก้นนะครับ พอน้ำเดือดก็หรี่ไฟลง แล้วก็คนไปเรื่อย ๆ คอยสังเกตุดูว่าข้าวเริ่มบานหรือยัง พอเริ่มบานนิด ๆ ก็ใส่น้ำตาลลงไปนะครับ ถ้าใส่น้ำตาลลงไปช้า ข้าวจะเละง่ายนะครับ แต่ถ้าใส่ไวไป ข้าวจะแข็งใน หลังจากใส่น้ำตาลลงไปแล้วก็คนไปเรื่อย ๆ พอข้าวบานสุกดีแล้ว ก็ใส่ข้าวโพดต้มกับเผือกต้มที่หั่นเป็นชิ้น ๆ แล้วลงไปนะครับ ถ้าไม่ได้ต้มข้าวโพดและเผือกมาก่อน ก็ใส่ไปตอนที่ใส่น้ำตาลก็ได้ครับ หลังจากนั้น ก็ใส่เกลือลงไปนิดหน่อย แล้วก็คนช้า ๆ ไปเรื่อย ขณะเดียวกันก็ไปทำน้ำกะทินะครับ เอาหัวกะทิใส่ลงไปในหม้ออีกใบเปิดไฟต่ำ หมั่นคนไปเรื่อย ๆ พอกะทิร้อน ก็ใส่เกลือลงไปนิดหน่อย พอให้ได้รสเค็มนิด ๆ ถ้าไม่มีหัวกะทิ ก็ใช้น้ำกะทิธรรมดา แต่เติมแป้งมันลงไปนิดหน่อยให้กะทิข้นขึ้นนะครับ พอข้าวเหนียวสุกได้ที่แล้ว ก็ตักใส่ถ้วย ราดกะทิลงไป ก็กินได้แล้วนะครับ :)

วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

กะหล่ำปลีทอดซีอิ้วขาว

เด็กที่บ้านกินเจ(มัง?) ก็เลยทำอาหารเจให้กิน บังเอิญว่าที่บ้านมีกะหล่ำปลี เลยนึกถึงกะหล่ำปลีทอดน้ำปลาขึ้นมา พอดีว่าเป็นอาหารเจ ก็เลยกลายเป็นทอดซีอิ้วแทน อย่างแรกก็เอากะหล่ำปลีไปล้างให้สะอาดก่อนเสร็จแล้วก็เอากะหล่ำปลีไปต้มในน้ำเดือด พอใบเริ่มใสก็เอาขึ้นมาแช่น้ำเย็นให้กะหล่ำปลียังกรอบอยู่ พอกะหล่ำปลีเย็นแล้วก็เอาขึ้นมาจากน้ำแล้วทิ้งไว้ให้น้ำแห้งดี ขณะเดียวกันก็เอากะทะใหญ่ตั้งไฟให้ร้อนที่สุด ใส่น้ำมันลงไปพอควร พอน้ำมันร้อนดีก็เอากระหล่ำลงไปทอดน้ำมัน ไม่ต้องพลิกบ่อย ๆ แล้วก็ทอดไปจนใบกะหล่ำปลีเริ่มใหม้ ตอนที่เริ่มใหม้นี่แหละครับที่กะหล่ำปลีจะมีกลิ่นหอมมาก



พอกะหล่ำปลีสุกดีแล้ว ก็เอาขึ้นมาพักไว้ ในขณะเดียวกันก็หรี่ไฟลงแล้วก็เอาน้ำใส่ลงไปในกะทะนิดหนึ่งแล้วแกว่งกะทะไปมาให้น้ำล้างน้ำมันลงมารวมไว้ เสร็จแล้วใส่ซีอิ้วขาวลงไปให้ได้รสเค็มนิด ๆ แล้วก็เร่งไฟ คอยหมั่นเอาตะหลิวคนในกะทะไปเรื่อย ๆ ไม่ให้ใหม้ที่ก้นกะทะ พอน้ำในกะทะเริ่มเหนี่ยวนิด ๆ ก็เอากะหล่ำปลีลงไปคลุกกับน้ำซีอิ้วในกะทะนำครับ พอน้ำซีอิ้วเริ่มแห้งดี ก็ตักใส่จานได้เลยครับ

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ทอดมันข้าวโพด

จู่ๆ เกิดอยากกินทอดมันข้าวโพดมา สูตรที่พระมารดาทอดให้กินนั้นแทบเรียกได้ว่าหมูล้วน กรอบนอกนุ่มใน ซึ่งหาได้ยากเวลาไปกินตามร้านนอกบ้าน ซึ่งพวกนั้นเหมือนแป้งทอดใส่ข้าวโพดมากกว่า

จู่ๆ พระมารดาก็โทรมาหาพอดี เลยสอบถามสูตรจนเป็นที่เข้าใจกันดี ก็ได้เวลาลงมือสนองความอยาก

ส่วนประกอบ
  1. เนื้อหมูบด 1 แพ็ก
  2. ข้าวโพด สูตรต้นตำรับใช้ข้าวโพดฝักมาฝานเอา อยู่เมืองนอกมันหายากใช้ข้าวโพดกระป๋อง Sweetcorn แทน อย่าลืมรินน้ำออกให้หมดด้วย เดี๋ยวทอดมันจะแฉะ
  3. แป้งอะไรก็ได้ เอามาทำให้เนื้อหมูเกาะติดกันเป็นก้อน
  4. พริกไทย เกลือ ซีอิ๊ว น้ำมันหอย กระเทียมสับละเอียด
แป้งได้รับบริจาคมา ส่วนข้าวโพดเป็นข้าวโพดกระป๋อง หาซื้อได้ตามซูเปอร์ทั่วไป

ขั้นแรกให้หมักหมูโดยใส่กระเทียมสับ เกลือ น้ำมัน พริกไทย ซีอิ๊ว น้ำมันหอย (ปริมาณก็มั่วๆ เอาเอง) คลุกๆ ให้เข้ากัน ทิ้งไว้สักพักพอเครื่องปรุงเริ่มเข้าเนื้อแล้ว ก็ใส่ข้าวโพดลงไปพอประมาณ อย่าใส่เยอะเกิน

จังหวะนี้เริ่มใส่แป้งทีละนิด คลุกให้เข้ากับเนื้อหมู จะใช้ช้อนหรือมือก็ได้ (จังหวะนี้ผมยังใช้ช้อนอยู่) ถ้าสูตรต้นตำหรับต้องตำใส่ครก เผอิญว่าไม่มีก็ดัดแปลงเป็นคลุกในทัพเปอร์แวร์แทน ใส่แป้งทีละนิดจนหมูเริ่มจับตัวกันเป็นก้อน ก็ได้เวลาปั้น

เกิดมาชาตินี้ไม่เคยปั้นทอดมันมาก่อน ก็มั่วๆ เอา รู้แต่ว่าไอ้หนูซูชิใช้สามนิ้วปั้นข้าวปั้น แต่ทอดมันต้องใช้ทั้งมือ ก็เอาให้ได้เป็นก้อนพอประมาณ ไม่ต้องสวยมาก เพราะตอนทอดข้าวโพดมันจะหลุดออกมาอยู่ดี

ตั้งกระทะไฟแรง max แล้วเอาทอดมันลง ระวังน้ำมันดีดใส่ด้วยเพราะในข้าวโพดกระป๋องมีน้ำอยู่เยอะ ทอดนานแค่ไหนก็แล้วแต่ชอบ โดยส่วนตัวชอบกินแบบเกรียมๆ คือทอดจนเป็นสีน้ำตาลแล้วเอาขึ้นมาพักไว้บนกระดาษ
เวอร์ชันเพอร์เฟคต์ต้องกินกับน้ำพริกตาแดง เผอิญว่าไม่มีเลยแก้ขัดโดยใช้น้ำปลา+พริกป่นแทน กินกับข้าวสวยอย่างเดียวก็พอเพียง

วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เห็ดชิเมจิผัดกุ้ง

วันนี้เจ็บคอเล็กน้อย แถมฝนตกอีกเลยอดหนีเที่ยว อยู่บ้านทำข้าวต้มทาน


ซื้อเห็ดชิเมจิมาเมื่อวันก่อน เห็นว่าหน้าตาน่ารักดี ดูจากโหงวเฮ้งแล้วคิดว่าน่าจะเข้ากันได้ดีกับน้องกุ้งขาว


เริ่มจากตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันลงไป ให้มีไอน้ำมันออกมานิดๆ ก็ใส่กุ้งลงไป พอเริ่มเปลี่ยนสีก็ลงเห็ดชิเมจิ เทน้ำตามไปนิดหน่อย ตามด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ้ว น้ำตาล คลุกอีกทีแล้วเอาน้ำแป้งใส่ไปนิดให้พอหนืด พอจะเอาขึ้นก็โรยพริกไทยป่น


กินข้าวต้มน่าจะมีของเค็มซักหน่อย เลยเอาปลาข้าวสารที่พกจากเมืองไทยมากินแกล้มอีกอย่าง เวลากินเลยต้องแช่น้ำข้าวต้มให้หายกรอบสักหน่อย เดี๋ยวจะบาดคอเอาได้ค่ะ