วันพุธที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2551

ผัดซีอิ๊ว

ผัดซีอิ๊ว

ซื้อคะน้ามาเยอะมาก (จริงๆ คือผัก green) จะทำผัดผักก็เริ่มซ้ำ เลยหาของแปลกๆ ทำ สุดท้ายมาลงตัวที่ผัดซีอิ๊ว ชีวิตนี้ไม่เคยทำมาก่อน เลยหาวิธีการจากกูเกิลแล้วเจอ เว็บนี้ ทำตามซะเลย
  1. หั่นและหมักหมูตามตำรา (ใช้หมูแพ็กสำหรับผัด Stir Fried)
  2. เอาเส้นแช่น้ำให้นิ่ม (ใช้เส้นแห้ง ซื้อจากร้านจีน เส้นไม่ใหญ่เท่าเส้นใหญ่บ้านเรา)
  3. กระเทียมลง หมูตาม เส้นตาม ใส่ซีอิ๊วดำให้สีสวย น้ำมันหอย น้ำปลา น้ำตาล
  4. ไข่ลง รอให้ไข่สุกแล้วผัด ใส่ผักตาม แค่นี้ก็เสร็จแล้ว ตอนกินปรุงกับน้ำตาล น้ำปลา พริกป่น น้ำมะนาว (ไม่มีน้ำส้มสายชู)
ทำครั้งแรกประสบความสำเร็จด้วยดี ยกเว้นเส้นแข็งไปนิดหนึ่ง (กะไม่ถูกว่าควรต้องขนาดไหน) เลยเอาไปเวฟก่อนกินอีกรอบให้นิ่มขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2551

แกงเขียวหวาน

เคยมีคนโพสต์ แกงเขียวหวานลูกชิ้น ไปแล้ว ขอโพสต์แข่งบ้างนะครับ ไม่ว่ากันนะ

Thai Green Curry

สูตรนี้ลอกมาจากครัวจีนที่เคยไปฝึกงาน คือใส่หอมใหญ่กับพริกหยวกด้วย ส่วนมะเขือไม่ใส่เพราะว่ามันแพง....มาก (4 ลูกปอนด์หนึ่ง เห็นราคาแล้วเหงื่อหยด) คราวนี้ที่บ้านไม่มีพริกพยวก เลยใส่แค่หัวหอมกับถั่วฝักยาว

เริ่มต้นก็เอาหอมไปผัดน้ำมันให้หวานก่อน ตักเก็บไว้ แล้วผัดพริกแกงเขียวหวาน 1 ซองโลโบ้กับกะทิ 1/2 กระป๋องใหญ่ (400 กรัม) ผัดไปสักพักพอเข้าท่าแล้วก็เอาหมูลง ตามด้วยหอม ถั่วฝักยาว ใบมะกรูดแห้ง เติมน้ำตาลนิดหน่อยให้รสกลมกล่อม น้ำปลาไม่ต้องเติมเพราะมันเค็มมากอยู่แล้ว สุดท้ายผมเติมน้ำอีกนิดไม่ให้ข้นเกินไป

จะให้อร่อยควรกินกับไข่เค็มดาว เสียดายว่าคิดช้าไปหน่อย ทำรอไม่ทัน

วันจันทร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2551

แกงฮังเล

จำไม่ได้ว่าใครอยากกิน แต่เป็น project ที่คุยกันไว้นานมาก จนวันหนึ่ง ก็ได้ทำ(แต่เครื่องปรุงดันขาด -_-'''' เอาไว้แก้มือใหม่)

วิธีการทำ ก็ไม่ยากครับ เริ่มจากเอาหมูสามชั้น มาหั่นเป็นชิ้นลูกเต๋าขนาดประมาณ 1.5-2 นิ้ว เสร็จแล้วก็คลุกเคล้าด้วยซีอิ้วดำ แล้วก็พัก เสร็จแล้วก็ตำน้ำพริกที่ประกอบไปด้วย ข่า ตะไคร้ พริกแห้ง กระเทียม หอมแดง เกลือนิดหน่อย ตำให้เข้ากัน เสร็จแล้วก็เอาลงไปคลุกกะหมู ทิ้งไว้ใสักหนึ่งชั่วโมง

พอหมูหมักได้ที่แล้ว ก็เอากะทะตั้ง ใส่น้ำมันนิดหน่อย แล้วก็ตั้งไฟอ่อน ๆ ครับ แล้วก็เอาหมูลงไปผัด ก็ผัดไปเรื่อย ๆ ครับ ที่สำคัญคือ อย่าใช้ไฟแรงมาก ผัดไปจนหมูตึงตัว (สังเกตตรงที่หนังมันจะหดลงไปมาก และไม่มีสีเลือดให้เห็น) ก็เทน้ำลงไปพอท่วม แล้วใส่ผงแกงฮังเล หรือว่าผงกะหรี่มานดราส ลงไปนะครับ แล้วก็เคี่ยวไปเรื่อย ๆ ระหว่างนี้ ก็ซอยขิงเป็นเส้นยาว ๆ แล้วก็ปอกเปลือกกระเทียมเป็นหัว ๆ โยนลงไป (บางบ้านจะใส่ถั่วลิสงคั่วด้วย แต่ผมไม่นิยม) ก็เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนหมูนุ่มครับ ถ้าน้ำงวด ก็เติมน้ำใหม่ได้ แล้วก็ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก กับ เกลือนะครับ ให้เผ็ด เค็ม แล้วก็อมเปรี้ยวนะครับ พอหมูนุ่มมาก ๆ ก็ยกมากินได้เลยครับ :)

วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2551

ข้าวเหนียวมะม่วง

วันนี้เด็กที่บ้านอยากกินข้าวเหนียวมะม่วง แถมซื้อมะม่วงมารอไว้แล้วก่อนด้วย ก็เลยทำอย่างที่เห็น



วิธีการทำก็ไม่ยากครับ เอาข้าวเหนียวมาแช่น้ำทิ้งไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง จะให้ดี ก็ทิ้งค้างคืนไว้นะครับ ถึงเวลาก็ตั้งหม้อนึ่งแล้วก็นึ่งข้าวนะครับ ระหว่างนั้นก็เอากะทิทั้งไฟอ่อน ๆ อีกหม้อหนึ่ง อย่าให้ไฟแรงมากนะครับเดี๋ยวจะแตกมัน ใส่น้ำตาลเข้าไปตามด้วยเกลือ ให้เค็ม ๆ มัน ๆ พอกะทิเดือด ก็ปิดไฟ แล้วพอข้าวหนียวสุก ก็ใส่ลงไปในหม้อกะทิแล้วก็คนให้เข้ากัน (ภาษาชาวบ้านเรียกว่า มูลข้าวเหนียว) พอเข้ากันดีแล้วก็ปิดฝาไว้ให้มันระอุ แล้วก็ไปตั้งหม้ออีกหม้อ เอากะทีใส่เข้าไปน้ำตาลกับเกลือนิดหน่อยแล้วก็ใส่แป้งข้าวโพดแล้วก็คนจนเหนียวนิด ๆ ก็ปิดไฟ

เวลากินก็เอาข้าวเหนียวใส่จาน ตามด้วยมะม่วง ราดด้วยน้ำกะทิ แล้วโรยด้วยงาคั่ว

วันจันทร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2551

ปอเปี้ยะทอด

อยู่ดี ๆ เด็กที่บ้าน ก็อยากกินปอเปี้ยะทอดครับ



หน้าตาก็ออกมาแบบรูปข้างบนแหละครับ ขั้นตอนแรก ก็ต้องเตรียมใส้ก่อน ใส้ปอเปี้ยะทอดนี่ก็แล้วแต่ชอบครับ หลัก ๆ ก็ต้องมีเนื้อสัตว์เช่นหมูหรือว่าไก่ก็ได้ ผัก แล้วก็วุ้นเส้น แต่ใครจะใส่อะไรแปลก ๆ ก็แล้วแต่ชอบครับ ที่ผมทำก็ใช้เนื้อไก่บด วุ้นเส้น กระหล่ำปลี และ เห็ดหอมครับ



ส่วนผสมแต่ละอันก็ควรสับหรือว่าซอยให้ละเอียดนะครับ อย่าให้มันเป็นชิ้นใหญ่ ๆ ส่วนไข่แดงที่เห็น คือ เอาไข่ขาวมาใช้ติดแผ่นแป้ง ไข่แดงเหลือ ก็เลยผัดกับส่วนผสมไปเลย พอเตรียมเครื่องเสร็จแล้ว ก็เอากระทะตั้งไฟใส่น้ำมันลงไป



ถ้ากระทะร้อนช้า ก็อาจจะต้องอัดพลังลมปราณลงไปช่วยแบบรูปข้างบนนะครับ พอกระทะร้อน ก็เอาเนื้อสัตว์ลงไปผัดกับน้ำมัน และกระเทียมก่อน พยายามขยี้ตะหลิวไว ๆ เพื่อให้เนื้อแยกออกจากกันนะครับ ใส่น้ำมันหอย ซีอิ้วขาวกับพริกไทยลงไปเพื่อปรุงรสตามชอบด้วย พอเนื้อสัตว์เริ่มสุก ก็ใส่กะหล่ำปลีกับเห็ดหอมลงไป พอเนื้อสุกผักนุ่ม ก็ใส่วุ้นเส้นลงไปผัดให้สุก แล้วก็เอามาพักไว้ให้เย็นครับ (ถ้าใส้ยังร้อนอยู่ เวลาห่อจะห่อยาก และแป้งอาจจจะแตกครับ)



เสร็จแล้วก็เอาแป้งปอเปี้ยะออกมาจากตู้เย็น แล้วทิ้งไว้ให้หายเย็นนะครับ (อาจจะต้องเอาผ้าชุบน้ำวางทับไว้ด้วย ไม่ให้แป้งแห้งเกินไป) เสร็จแล้ว ก็เอามาห่อ การห่อก็ไม่ยากครับ เอาแป้งมาวางบนพื้นเรียบ ๆ เสร็จแล้วตักใส้ใส่ลงไป ให้ใส้วางชิดมุมล่างของแป้งนะครับ ตามรูปด้านล่างนะครับ



เสร็จแล้วก็พับมุมล่างขึ้นไปให้มันห่อแป้งไว้ ยัดมุมของแผ่นแป้งลงไปใต้ใส้นะครับ (ในรูปด้านล่าง จะเห็นที่นิ้วซ้ายชี้อยู่นะครับ)



เสร็จแล้วก็พับแป้งด้านซ้ายและด้านขวาเข้ามา ให้มันปิดปลายสองด้านของม้วนแป้งไว้นะครับ



เสร็จแล้วก็ค่อย ๆ ม้วนแป้งขึ้นไปด้านบนนะครับ จนเหลือปลายนิดหนึ่ง ก็เอานิ้วจิ้ม ๆ ไข่ขาวมาทา ๆ แทนกาวนะครับ แล้วก็ม้วนขึ้นไปจนสุด



พอม้วนเสร็จ ก็เอามาเรียง ๆ ใส่จานไว้นะครับ ถ้าทำเยอะ ๆ ก็ใส่ฝาปิดให้สนิทแล้วแช่ตู้เย็นไว้ก่อนก็ได้ครับ



ตอนม้วน ต้องตั้งสมาธิดี ๆ นะครับ อาจจะต้องมีการแปล่งลมปราณกันนิดหน่อย



ม้วนเสร็จ ขั้นต่อมาคือการทอดนะครับ ก็เอาหม้อตั้งไฟ ใช้ไฟแรงหน่อย ไม่งั้นจะสุกช้า แล้วใส้จะอมน้ำมันนะครับ ก็เอาปอเปี้ยะที่ม้วนแล้ว ลงไปทอด



ทอดเสร็จ ก็เอาขึ้นมาพักน้ำมันไว้นะครับ กินร้อน ๆ กับน้ำจิ้มไก่ หรือว่าน้ำจิ้มปอเปี้ยะนะครับ

วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2551

Celery ผัดหมู

Celery ผัดหมู


เพิ่งกลับมาจากทัวร์เบลเยียม 5 วัน กลับมาแทบไม่เหลือของสด (เพราะโละทิ้งก่อนจะไป) ขี้เกียจออกไปซื้อใหม่เลยขุดที่เหลืออยู่ในตู้เย็นมาทำกับข้าวกิน มีแค่เซเลรี่ (ขึ้นช่ายฝรั่ง) กับหมูสับ เสียดายถ้ามีกุ้งเสียหน่อยน่าจะอร่อยกว่านี้

ขั้นตอนก็ง่ายๆ ครับ หั่นเซเลรี่เป็นชิ้นๆ ผัดกับหมูสับ ใส่พริกนิดหน่อย ผัดไปสักพักเติมน้ำให้พอมีเกรวี่ขลุกขลิก (เพราะเซเลรี่เป็นผักที่มีน้ำน้อย จะหวังให้น้ำผักออกมานี่ยาก) เท่านี้ก็พอมีอะไรกินกันตายไปอีกมื้อแล้ว

ปลานึ่งสมุนไพร(มั้ง)

เด็กที่บ้านซื้อปลามาสดมาก ก็เลยบอกว่าให้ทำปลานึ่งซึอิ้ว แต่ว่า แต่ว่า ขิงหมด ก็เลยต้องเปลี่ยนมาทำปลานึ่งสมุนไพรแทน (เพราะมันไม่ต้องใส่ขิง) วิธีการทำก็ไม่ยากครับ ถ้าเป็นปลาชิ้น ก็จับเรียงใส่จานเลย ถ้าเป็นปลาตัว ก็เอามาผ่าท้องล้างใส้ แล้วก็เอามีดเฉือน ๆ ผิวนิดหนึ่ง เสร็จแล้วก็เอามาใส่ในงาน ตามด้วย ตะไคร้ทุบวางเรียง ๆ ลงไปรอบ ๆ ใบมะกรูดฉีก ๆ โปรยลงไป ตามด้วยกระเทียมและหอมแดงทุบ ผิดท้ายด้วยซีอิ้วขาวราดลงไปพอประมาณ

เอาหม้อนึ่งตั้งไฟ พอน้ำเดือด ก็เอาปลาลงไปนึ่งสัก 15-20 นาที กะดูว่าปลาสุกดี ก็ใช้ได้แล้วครับ :)