วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2550

แกงกระหรี่ไก่

วิธีทำ:หั่นไก่ และ มันฝรั่งที่ปอกแล้วเรียบร้อบ ให้เป็นชิ้นพอดีคำ หลังจากนั้นตั้งหม้อใส่หัวกะทิลงไป ใช้ไฟปานกลาง เอาน้ำพริกแกงกระหรี่ลงไปผัดกับหัวกะทิให้หอม จากนั้นเติมไก่ลงไป คนพอไก่เริ่มสุก ก็ใส่มันฝรั่งที่หั่น คนให้เข้ากัน เติมกะทิที่เหลือลงไป เคี่ยวต่อจนทุกอย่างสุกดี ชิมรสชาติ อาจเติมน้ำตาลกับน้ำปลาเพิ่มได้อีกนิด ก็เป็นอันเสร็จจ้า

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2550

ข้าวมันไก่


ข้าวมันไก่เป็นอาหารที่ทำได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ ใช้เวลาไม่นาน และการควบคุมความอร่อยก็ไม่ได้ลำบากแต่อย่างใด วิธีทำข้าวมันไก่แบ่งออกเป็นสามส่วน

1. ไก่
ใช้ไก่ทั้งตัวต้มลงไปในหม้อใหญ่พร้อมรากผักชีทุบ ต้มจนสุกแล้วจึงนำไก่ออกมาหั่นเนื้อเก็บไว้ ส่วนกระดูกโยนกลับลงหม้อจะได้น้ำซุปที่เข้มข้น สาเหตุที่ใช้ไก่ทั้งตัวเพราะความมันอร่อยจะสมดุลที่สุด ถ้าใส่เฉพาะเนื้ออกข้าวและน้ำซุปจะจืดชืด แต่ถ้าใส่เฉพาะปีกหรือน่องน้ำซุปก็จะมันเกินไป

2. ข้าว
ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ประมาณหนึ่งช้อนโต๊ะต่อข้าวหนึ่งถ้วย เจียวกระเทียมเล็กน้อยให้พอหอม แล้วใส่ข้าวสวยดิบลงไปผัด ผัดจนเข้ากันดี ข้าวบางเม็ดอาจได้รับความร้อนเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นก็ไม่ต้องตกใจ เมื่อข้าวกับน้ำมันเข้ากันดีแล้วตักข้าวใส่หม้อ ใช้น้ำต้มไก่แทนน้ำเปล่าในการหุง แล้วหุงตามปกติ

3. น้ำจิ้ม
ทำจากเต้าเจี้ยว 2 ส่วน ซีอิ๊วขาว 2 ส่วน ซีอิ๊วดำ 1 ส่วน น้ำตาล 1 ส่วน ขิง กระเทียม ปรับรสชาติตามใจชอบ

เสร็จแล้วก็สับขิง กระเทียม พริก แตงกวา วางคู่เป็นเครื่องเคียง ตักซุปโรยต้นหอมนิดหน่อย เพียงเท่านี้ก็อร่อยหายห่วงแล้ว

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2550

ต้มยำกุ้ง & ปลาหมึก


วิธีทำ

ต้มน้ำให้เดือด ใส่คนอร์ซุปก้อนลงไป ใส่เครื่องแกงต้มยำ (โลโบ้ช่วยคุณได้เสมอ :)) คนให้เนื้อเครื่องแกงละลายกับน้ำ ใส่ตะไคร้ และข่าลงไป จากนั้นเติมเห็ดฟาง กับเห็ดเข็มทอง พอเริ่มสุกดี ใส่มะเขือเทศกับหอมหัวใหญ่ที่หั่นเรียบร้อยแล้ว คนให้เข้ากันปรุงรสตามใจชอบ เพิ่มน้ำปลา บีบมะนาว ใส่พริกเผาได้อีกนิดเพิ่มความหวาน พอทุกอย่างสุกดีแล้ว เติมกุ้ง กับ ปลาหมึก ลงไป เร่งไฟให้เดือด จนกุ้งกับปลาหมึกเริ่มสุกดีก็ปิดไฟได้เลย (ไม่ควรต้มนาน เดี๋ยวกุ้งกับปลาหมึกแข็งจะไม่อร่อย)

วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2550

น้ำพริกกะปิกับผักชุบไข่ทอด

น้ำพริกกะปิเป็นอาหารคู่ครัวของคนภาคกลาง เหมือนน้ำพริก(ตา)แดงของคนภาคเหนือ วิธีการทำก็ไม่อยาก แต่อาจจะเป็นปัญหาสำหรับคนที่อยู่ต่างประเทศบ้าง เพราะอาจจะหาเครื่องปรุงได้ไม่ครบ เช่น มะอึก เป็นต้น

การทำน้ำพริกกะปิก็เริ่มจากการเอากะปิมาเผาไฟให้หอม ถ้ามีใบตอง ก็ห่อใบตอง แต่ถ้าไม่มี ก็ใช้อลูมิเนียมฟอยล์ก็ได้ พอกะปิหอม ก็เอามาโขลกกับกระเทียม ถ้าไม่มีครก ก็ใช้เครื่องปั่นอาหาร(ภาษาอังกฤษจะเรียก blender หรือว่า  food processor) ก็ได้ (ในรูปก็ใช้เครื่องปั่นอาหารแบบมือถือทำ เครื่องปั่นอาหารแบบนี้เหมาะกับการมีไว้คู่ครัวเป็นอย่างยิ่ง) พอกะปิกับกระเทียมเข้ากันแล้ว ก็บีบมะนาวลงไป ตามด้วยน้ำตาลปึกและพริกขี้หนู อย่าใส่พริกขี้หนูเยอะ เพราะถ้าเผ็ดแล้วแก้ยาก ถ้ามีกุ้งแห้ง มะอึก มะเขือพวง หรือว่ามะเขือเปราะก็ใส่ลงไป แล้วก็โขลก หรือว่าปั่นไปเรื่อย ๆ จนเข้ากับหมด ระหว่างนั้นก็คอยชิมรสแล้วก็เติมน้ำมะนาว น้ำปลา หรือว่าน้ำตาล ตามสมควร เสร็จแล้วก็เทใส่ถ้วยไว้

ส่วนผักชุบแป้งทอดนั้น ถ้ามีชะอมก็จะดีมาก แต่ในต่างประเทศอาจจะหายาก ลองใช้watercrest ก็ได้รสชาติดีเหมือนกัน ก็เอาไข่มาตีให้เข้ากับปรุงรสนิดหน่อย เสร็จแล้วก็เอาชะอมหรือว่า watercrestมาสับให้เป็นท่อนสั้น ๆ ยาวสัก 1 cm. แล้วก็เอาไปคลุกกับไข่ให้เข้ากัน ตั้งกะทะให้ไฟแรง เทน้ำมันลงไป พอน้ำมันร้อน ก็เทผักชุบไข่ลงไปทอด พยายามใช้ตะหลิวเกลี่ย ๆ ให้ผักชุบไข่แผ่ออกจะได้เป็นแผ่นแบน ๆ พอด้านล่างสุก ก็พลิกเอาด้านบนลงไปทอดบ้าง พอสุกทั้งสองด้าน ก็เอาขึ้นมาซับน้ำมัน แล้วก็ตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ กินพร้อมกับน้ำพริกได้เลย

นอกจากผักชุบไข่แล้ว หน่อไม้ ผักลวก ปลาทูหรือว่าปลาสลิดทอด ก็กินกับน้ำพริกกะปิอร่อยเหมือนกัน

วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2550

แกงส้มไข่เจียว

ไม่มีชะอมเลยใส่แต่ไข่เจียว (ก็อร่อยดีนะคะ)

โย่ๆ ในที่สุด ก็ได้มาอัพบล็อกเองซะที อ๊ะ...ลืมแนะนำตัวค่ะ ชื่อ ตุ๊กตา เป็นลูกพี่ลูกน้องกับกอล์ฟค่ะ ทุกวันนี้ใช้ชีวิตอยู่ที่ชิคาโก้ ฝึกฝนภาษาอังกฤษอย่างคร่ำเคร่ง อาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกับกอล์ฟ มีหน้าที่ทำอาหารค่ะ (เนื่องจากไม่อยากบริโภคอาหารอเมริกันค่ะ)จริงๆทำไว้หลายอย่างมาก แต่คนอัพก่อนหน้านี้เค้าไม่มีเวลาอัพให้ >_< สืบเนื่องมากจากว่า "เค้ามีภาระต้องดูแลหลายอย่าง จากสิ่งสำคัญที่สุด(ความรักที่เพิ่งก่อตัว) รองลงมาเรื่อยๆ ทำให้ไม่มีเวลามาอัพบล็อกนี้ให้น้องสาวเท่าไร" ไม่เป็นไร...ไม่ง้อแล้ว อุอุ
วิธีทำ ทอดไข่เจียว แล้วหั่นเป็นคำๆ รอพักไว้ เอาหม้ออีกใบใส่น้ำ ต้มน้ำให้เดือด ใส่คนอร์ซุป หรือ ไม่ใส่ก็ได้ รอจนน้ำเดือดใส่เครื่องแกงส้มลงไป พอเครื่องแกงละลายดีแล้ว เติมผักตามใจชอบ เช่น ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว ผักบุ้ง Yellow squash ปรุงด้วยน้ำปลาน้ำตาล น้ำมะขามเปียก พอผักเริ่มสุก เติมกุ้งลงไป ตามด้วยไข่เจียวที่หั่นไว้ คนให้เข้ากัน (ตอนทำไม่มีน้ำมะขามเปียกค่ะ ใส่มะนาวแทน แถมไม่มีครกที่จะตำเครื่องแกงกับเนื้อกุ้งก่อน เลยทำให้น้ำแกงไม่ค่อยเข้มข้น)

ปล. แนะนำให้กินกับ ปลาสลิดทอดกรอบ จะอร่อยมาก

วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2550

แกงเขียวหวานลูกชิ้น


เริ่มจากผัดน้ำพริกแกงเขียวหวานกับหัวกะทิจนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นใส่ลูกชิ้นลงไป พอเริ่มสุกจึงเติมกะทิส่วนที่เหลือ ต้มสักพักก็ใส่มะเขือ (ในรูปใช้ yellow squash แทน) ต้มต่อจนกะทิแตกมันดีจึงปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาล ตามชอบ แล้วจึงใส่ใบโหระพากับใบมะกรูดเป็นขั้นตอนสุดท้าย

--Tukta

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2550

จับฉ่าย

จับฉ่ายเป็นอาหารที่ทำบ่อยตอนที่ผักมีอยู่เต็มตู้เย็นและใกล้จะเสีย วิธีการทำก็ไม่อยาก เอาน้ำใส่หม้อใหญ่ ๆ แล้วก็ใส่โครงไก่และกระดูกหมูลงไปต้มเป็นน้ำซุบไว้ พอน้ำเดือด ก็หั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้นใหญ่ ๆ ใส่ลงไป แล้วก็หรี่ไฟลงเคี่ยวหมูไปเรื่อย พร้อมกันนั้น ก็ไปล้างผัก ผักที่ใส่จับฉ่ายได้ ก็เช่น ผักกาดขาว ผักกวางตุ้ง คะน้า หัวไชเท้า คื่นฉ่าย เป็นต้น เมื่อล้างผักเสร็จแล้ว ก็เอาไปหั่นเป็นชิ้นใหญ่ ๆ เสร็จแล้วตั้งกะทะเจียวกระเทียมกับน้ำมัน เอาผักลงไปผัดกับน้ำมันพร้อมกับใส่ซีอิ้วดำ(ซีอิ้วหวาน)ลงไปเยอะพอควร ถ้ามีผักเยอะก็แบ่งผัดไปเรื่อย ๆ พอผักสุก ก็ใส่ซี่อิ้วขาวนิดหน่อย แล้วก็เทของที่อยู่ในกะทะลงไปในหม้อ ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนผักหมด เสร็จแล้วก็เร่งไฟไปที่ไฟกลางต้มไปจนผักสุก ชมดูว่ารสได้หรือยังก็ใส่ซีอิ้วขาวกับซีอิ้วดำลงไปนได้รสเสร็จแล้วก็หรี่ไฟ ต้มผักไปเรื่อย ๆ จนผักเริ่มละลาย หรือสังเกตุจากหัวไชเท้าเร่ิมใส ก็กินได้แล้ว

แต่เป็นที่รู้กันว่า จับฉ่ายจะอร่อยก็ต่อเมื่อต้มกินไปหลายวันแล้ว เพราะผักจะละลายไปกับน้ำ ได้รสชาติที่อร่อยกว่าต้มกินวันแรก