วันศุกร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

ไข่ลูกเขย

วันนี้สมองตีบตัน คิดอะไรไม่ออก ก็เลยทำไข่ลูกเขยครับ อันดับแรกก็เอาไข่ไปต้มพอไข่สุก (รู้ได้ไงว่าสุก ก็เอามาปั่น ๆดู) ก็ปอกเปลือกไข่ออก แล้วก็เอามาทอด อย่าใช้ไฟแรงมาก เดี๋ยวใหม้


พอไข่เป็นสีน้ำตาลทองสวยงามดีแล้ว ก็เอามาขึ้นพักไว้ เสร็จแล้วก็เอาหอมแดงลงไปทอด ตามด้วยพริกแห้ง เอาขึ้นมาพักไว้เช่นกัน


เอาน้ำมันใส่หม้อนิดหน่อย ตั้งไฟอ่อน ๆ ใส่น้ำตาลปึกลงไปแล้วก็คนตลอดเวลาจนน้ำตาลละลายหมด ก็ใส่น้ำมะขามลงไป ค่อย ๆ คนจะน้ำตาลกับน้ำมะขามเข้ากันดี ชิมให้ได้รสพอดี เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนเหนียว ก็ใส่น้ำปลาลงไป แล้วก็ปิดไป


สุดท้าย ก็เอาไข่มาผ่าครึ่ง(หรือว่าเป็นเสี้ยว ๆ) โรยหน้าด้วยหอมเจียว พริกทอด แล้วก็ราดน้ำลงไปก็เสร็จแล้วครับ



วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

ขนมถั่วแปบ

วันนี้เด็กที่บ้านอยากกินขนมครับ ก็เลยทำขนมถั่วแปบ แต่มันเรื่องมาก อยากกินข้าวโพด ไม่อยากกินแบบถั่วซีก ก็เลยได้เป็นขนมถั่วแปบข้าวโพดหวาน ตามรูปครับ :D



วิธีการทำ ก็เริ่มจากเอาถั่วซึก(ถั่วเขียวแช่น้ำ) มานึ่ง แต่ที่ทำ ก็ใช้ข้าวโพดหวานแทนครับ



ต่อมาก็ตวงแป้งข้าวเหนียวครับ ตวงเสร็จก็นึกได้ว่า ตามสูตรเขาไม่ได้บอกว่าใส่น้ำเท่าไหร่ (ฮา) ก็เลยใส่น้ำแบบกะ ๆ เอา ก็ใส่ไปนวดไป ดูว่ามันไม่เหนียวเกินไปครับ



วิธีการดูว่ามันเหลวไปหรือเปล่า ก็เอานิ้วจิ้ม ๆ ดูครับ ว่ามันติดนิ้วหรือเปล่า ก็อย่าให้มันเหลวเกิน ก็นวดไปเรื่อย ๆ จนแป้งเนียนนะครับพอแป้งเนียนแล้ว ก็ตั้งหม้อน้ำร้อนนะครับ แล้วก็เตรียมน้ำเย็นไว้อีกหม้อหนึ่ง พอน้ำเดือดปุ๊ด ๆ ก็ปั้นแป้งเป็นก้อนกลม ๆประมาณเหรียญบาทแล้วก็เอาอุ้งมือคลึง ๆ ให้แป้งเป็นแผ่นกลม ๆ แบน ๆ แล้วใส่ลงไปในน้ำนะครับ พอแป้งสุก มันก็จะลอยขึ้นมา ก็ช้อนไปใส่น้ำเย็นนะครับ แป้งจะได้ไม่ติดกัน



พอแป้งสุกหมดแล้วนะครับ ก็เอาข้าวโพดมาคลุกกับมะพร้าวขูด (พยายามขูดมะพร้าวให้ละเอียด ๆ หน่อยนะครับ) ใส่เกลือกับน้ำตาลลงไปในส่วนผสมนิดหน่อยพอให้หวาน ๆ เค็ม ๆ เสร็จแล้ว ก็เอาแป้งที่สุกแล้วมาแผ่นให้บาง ๆ แล้วก็เอาลงไปคลุกกับมะพร้าวและข้าวโพดทั้งสองด้านนะครับ แล้วก็เอามาพับครึ่งให้มีข้าวโพดกับมะพร้าวอยู่ข้างในบ้าง แล้วก็เอามาเรียงใส่จานไว้



พอห่อแป้งเสร็จหมดแล้ว ก็เอามะพร้าวขูดอีกนิดหนึ่ง มาผสมกับน้ำตาลแล้วก็งาขาวบด (งาขาวที่บ้านหมดก็เลยไม่ได้ใส่) เอาไว้สำหรับโรยหน้านะครับ ก็เสร็จแล้วครับ :D



วิธีทำ เอามาจาก Blog ของคุณ Vanilla Orchid ขอขอบคุณด้วยครับ

วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

ไก่ตุ๋นฟักมะนาวดอง


ช่วงนี้หนาว ๆ ก็เลยต้องกินอะไรที่มันร้อน ๆ หน่อย นั่นก็คือฟักต้มนั่นเอง ฟักเป็นอาหารที่เก็บความร้อนได้ดี (คนสมัยก่อน เขาจะเอาฟักทั้งลูกต้มในน้ำเดือด แล้วโยนใส่ปากจรเข้ มันก็จะไปร้อนในท้องจรเข้จนตาย) เอามาตุ๋นกับน้ำซุปไก่ ก็จะเก็บคุณค่าอาหารได้มาก

วิธีการทำก็ไม่ยากครับ ล้างไก่ พยายามเอาส่วนที่เป็นเนื้อแดง (เช่นน่อง หรือว่า ปีก) อย่าเอาเนื้อขาว(เช่นอก) มาทำเพราะจะได้น้ำซุบที่จืดไป พอไก่สะอาดแล้ว ก็เอามาต้มกับน้ำเปล่า ต้มใช้ไฟกลางจนไก่สุก คอยช้อนเอาฟองออก ก็หั่นฟักเป็นชิ้น ๆ ใส่ลงไป ต้มไปเรื่อย ๆ จนน้ำซุปไก่เริ่มข้น ก็หรี่ไฟให้เบาที่สุดเท่าที่จะเบาได้ แล้วใส่มะนาวดองลงไป หน้าตาของมะนาวดอง(สำเร็จรูป)เวลาจะไปหาซื้อตามซุปเปอร์มาเก็ตก็แบบด้านล่างนะครับ


ใส่มะนาวดองลงไป แล้วก็ปิดฝาทิ้งไว้ซักชั่วโมงก็เสร็จแล้วครับ

วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

ไก่ผัดขิง


ส่วนประกอบ เห็ดหูหนู, เนื้อไก่, ขิงซอย, กระเทียม, พริกเม็กซิกัน, หอมใหญ่ซอย, ซีอิ๊ว, น้ำปลา, น้ำมันหอย, น้ำตาล

วิธีทำ
  • เริ่มจากฉีกเห็ดหูหนูให้เป็นชิ้นพอดีคำ, หั่นไก่เป็นชิ้นเล็กๆ, ซอยขิงเป็นเส้นๆ, หั่นหอมหัวใหญ่ และ หั่นพริกเม็กซิกันสำหรับเพิ่มสีสัน และบุบกระเทียมรอไว้
  • นำกะทะตั้งไฟ ใส่น้ำมัน พอร้อนใส่กระเทียมลงไปเจียวให้หอม จากนั้นตามด้วยไก่ เหยาะน้ำปลาลงไประหว่างทำให้ไก่สุก เนื้อไก่จะได้ดูดซับความเค็มของน้ำปลา
  • ใส่เห็ดหูหนู และตามด้วยหอมใหญ่ เติมซีอิ๊ว น้ำตาล น้ำมันหอย เติมรสตามชอบ
    (แต่อันนี้เน้นเค็มนำ มีหวานตัดนิดหน่อย)
  • หลังจากทุกอย่างสุกดีแล้ว ใส่พริกเม็กซิกันที่ซอยไว้ลงไป คนให้ทั่ว ปิดไฟ เสิร์ฟได้เลย

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2551

หมูทอดคะน้ากรอบ

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ทำอะไรใหม่ ๆ ขอเอาของเก่ามาขายละกันครับ :D



อันดับแรกก็ต้องหมักหมูก่อน เอาซี่โครงอ่อน(กระดูกอ่อน)ของหมู ที่มีเนื้อหมูติดอยู่ มาหั่นเป็นชิ้น ๆ พอคำ เลือกที่มีมันหมูติดอยู่ จะอร่อยขึ้น แล้วหมักหมูด้วยกระเทียม พริกไทยดำ ซีอิ้วขาวเห็ดหอมตราเด็กสมบูรณ์ ซีอิ้วดำ น้ำมันหอยตรามสามแม่ครัว มล็ดยี่หร่า (Cumin seed) บด ค่อย ๆ คลุกเคล้าส่วนผสมต่าง ๆ เข้าด้วยกัน นวดให้เนื้อหมูมันคลุกเคล้ากับส่วนผสมดีแล้ว ก็ทิ้งไว้ให้น้ำซอสมันซึมเข้าไปในเนื้อหมู ถัดมา ก็เตรียมใบคะน้า ล้างใบคะน้าให้สะอาด แล้วตัดเอามาแต่ใบ (ก้าน เอาไปทำ คะน้าน้ำมันหอยได้) แล้วก็ซอยให้เป็นริ้ว ๆ ประมาณสักหนึ่งเซ็นต์ เสร็จแล้วก็เอามาใส่ในตะกร้า แล้วสะบัด ๆ ให้แห้งที่สุด เพราะถ้ามีน้ำติดเยอะ เวลาทอด น้ำมันจะกระเด็น เป็นอัตรายต่อชีวิตได้



เมื่อเตรียมอุปกรณ์พร้อมแล้ว ก็เอากะทะตั้งไฟแรงสุด เทน้ำมันลงไป พอน้ำมันเดือดปุดๆ ๆ ๆ ก็เอามือขวาถือตะกร้าใส่คะน้า มือซ้ายถือฝาหม้อสำหรับปิดกระทะ แล้วใช้ความสามารถพิเศษ ในการเทคะน้าลงไปในน้ำมันเดือด ๆ พร้อมกับเอาฝาหม้อปิดกะทะไว้อย่างรวดเร็ว แล้วก็คอยฟังเสียง พอเสียงน้ำมันกระเด็นเงียบลงแล้ว ก็เปิดฝาหม้อออก เอาตะหลิวผลิกใบคะน้าให้โดนน้ำมันทั่ว ๆ พอใบคะน้าเริ่มแข็งกรอบ (ดูจากสีได้ พอเริ่มเป็นสีน้ำตาลอ่อน) ก็ยกขึ้นมาหยัดน้ำมัน (ทิ้งไว้นานมันจะใหม้) เมื่อทอดคะน้าหมดแล้ว ก็ตามด้วยการทอดหมู ก็ใช้น้ำมันชุดเดิมได้ครับ ไม่เปลือง แต่ลดไฟให้เหลือไฟกลาง แล้วเทหมูลงไปในกระทะ ทอดให้ด้านนอกเกรียมนิด ๆ จะอร่อย เสร็จแล้วก็เสริฟได้เลยครับ

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551

แกงจืดมะระยัดไส้หมูสับวุ้นเส้น


ขั้นตอนแรกคือ นำหมูสับหมักกับวุ้นเส้นที่แช่น้ำจนนิ่มและตัดออกเป็นเส้นพอดีคำ ผสมกับซีอิ๊ว น้ำปลา พริกไทย หมักทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง แต่อันนี้หมักไว้คืนหนึ่ง จากนั้น นำมะระมาหั่นเป็นท่อนๆ แล้วควักไส้ตรงกลางออกให้หมด จากนั้นนำหมูผสมวุ้นเส้นที่หมักได้ที่แล้วยัดใส่ลงตรงแกนกลาง ใส่ให้พอดี ไม่มากหรือน้อยไป (จากประสบการณ์ ยัดมากเกินไปส่งผลให้ตอนต้มสุกแล้วหมูทะลักออกมาน่าเกลียดมากมาย) ส่วนหมูที่เหลือก็เอามาปั้นเป็นก้อนกลมๆใส่ลงไปประกอบในแกงได้ จากนั้นเอามะระที่ยัดไส้แล้วลงไปต้มในน้ำเดือด ปรุงรสด้วย ซีอิ๊วขาว น้ำปลา พริกไทย พอทุกอย่างเริ่มสุกดี ให้ต้มต่อไปเรื่อยๆแต่หรี่ไฟลงให้เหลือแค่ low ตุ๋นต่อไปประมาณชั่วโมงหนึ่ง มะระจะเปื่อยและขมน้อยลง

:D


วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2551

Pork Fried with Salt & Pepper

คือเรื่องมันมีอยู่ว่า ตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมาได้ไปช่วยงานร้าน takeaway ของเพื่อนมาเลย์จีน (เป็นพนักงานรับโทรศัพท์เวลาลูกค้าโทรมา) ก็ขำๆ ไม่ค่อยได้ทำอะไรเท่าไร ถือว่าได้กินข้าวฟรี+มีเพื่อนคุย เชฟที่ร้านเป็นคนจีนที่พูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้ แต่มีประสบการณ์ทำอาหาร 20 ปี เมนูที่กินแล้วรู้สึกว่าอร่อยเด็ดมากคือ Spare Ribs ทอดกับ Salt & Pepper (ดูภาพ) เลยตั้งใจว่าก่อนกลับเมืองไทยต้องสำเร็จวิชานี้กลับไปให้ได้

วันนี้คิดเมนูข้าวเย็นไม่ออก เลยลองลอกดู อาศัยครูพักลักจำ

สูตรเชฟ

  1. เอา Spare Ribs ไปต้มให้เปื่อยก่อน (ขั้นตอนนี้ทำล่วงหน้า) แล้วแช่ตู้เย็นเก็บไว้ ไม่รู้ว่าตอนต้มใส่อะไรบ้างด้วย
  2. พอจะเริ่มทำก็เอา Spare Ribs ไปทอดแบบ Deep Fries คือทอดในที่ทอดเฟรนช์ฟราย
  3. ตั้งกระทะร้อนๆ ใส่น้ำมันนิดเดียว เอา Ribs ลงตามด้วยหัวหอม พริก (บางทีใช้พริกหยวก) เกลือ ผงชูรส เหล้าจีน
  4. ผัดๆ แป๊บเดียวเสร็จ สัมผัสกระทะไม่ถึงนาที

สูตร mk

มีข้อจำกัดทางวัสดุอย่างเช่น ไม่มี Spare Ribs (ใช้หมูชิ้นแทน) หรือไม่มีเหล้าจีน ก็ต้องพลิกแพลงกันเล็กน้อย

  1. ทอดหมูเปล่าๆ ไม่ต้องใส่ทั้งกระเทียม (เดี๋ยวไหม้) และน้ำปลา (เดี๋ยวเค็มเพราะต้องใส่เกลืออีก) รอจนหมูเริ่มเหลือง
  2. ใส่หอม กระเทียม พริก น้ำตาล เกลือ
  3. ผัดจนหอมเริ่มเหลือง เอาขึ้น

ผลงานก็ตามภาพ (ที่ไหม้ๆ นั่นน้ำตาล)

Pork Fried with Salt & Pepper

นับว่าโอเคสำหรับทำครั้งแรก แต่ปรับปรุงได้ดังนี้

  • หั่นพริกให้ละเอียดขึ้น ชิ้นขนาดนี้กินทีแล้วสะดุ้ง
  • ทอดหอมให้นานขึ้น จนหมดรสซ่า แล้วเริ่มหวาน
  • แก้ปัญหาการใส่เกลือให้ได้ ตอนนี้โดยรวมเค็มดีแต่ว่าเกลือไม่ติดหมู อาจต้องหมักหมูก่อน แล้วใส่เกลือตอนผัดน้อยลง
  • มีคนแถวเมืองไทยแนะนำว่าลองชุบแป้งทอดดูอาจจะช่วย เดี๋ยวคราวหน้าลอง