ไปได้หนังสือ ตำรับอาหารพระราชวังหลวงพระบาง ของสำนักพิมพ์ผีเสื้อลาวมา มีตำรับอาหารหลาย ๆ อย่างซึ่งเหมือนกับอาหารเมือง (ก็แน่ซิ อยู่ติดกันแบบนี้) และส่วนใหญ่ ทำได้โดยไม่ต้องใช้อะไรประหลาด ๆ (เช่นหัวปลาแซลมอน) ด้วย ก็เลยลองทำไปสองสามอย่างแล้ว
ทีนี้ วันก่อนไปเดินตลาด ไปเจอปลาสวายตัวกำลังน่ากิน เลยซื้อมาตัวหนึ่ง แล้วก็ทำหมกปลาลิง(ห่อหมกปลาสวาย)ไปแล้วครึ่งตัว กินได้สามวันเลยทีเดียว วันนี้ก็เลยหาอะไรทำจากปลาสวายอีก ก็เลยได้ ฉู่ฉี่ปลาสวาย หรือว่า ปลาลิงฉู่ฉี่แห้ง
วิธีทำ ก็เริ่มจากเอาปลาสวายมาหั่นเป็นท่อน 3 ชิ้น หั่นตามขวาหนาสัก 1-1.5 ซม. ล้างน้ำขยำเกลือทิ้งไว้สักพัก ก็เอาไปทอดน้ำมันพอเหลืองแห้งดี ก็เอามาขึ้นพักไว้ ต่อจากนั้น ก็เอาพริกแห้งแกะเอาเม็ดออกแช่น้ำไว้ 3 เม็ด หอมแกง (หอมแดง) 5 หัว เอามาตำให้ละเอียดในครก พอตำน้ำพริกเสร็จ ก็เอาหัวกะทิขึ้นตั้งไฟเคี่ยวจนแตกมัน แล้วก็เอาน้ำพริกลงไปผัดจนหอม ก็เทน้ำต้มกระดุกหมูหรือว่าน้ำเปล่าก็ได้ ใส่ลงไปหน่อยหนึ่ง แล้วก็เอาปลาที่ทอดแล้วใส่ลงไปคลุกกับน้ำในกะทะ ทิ้งไว้ให้น้ำคอดลงหน่อย ก็เติมน้ำปลาตามสมควร เสร็จแล้ว ก็โรยใบมะกรูด ต้นหอมซอย แล้วก็ตักลงใส่จาย โรยพริกไทย ผักชีซอยโรยหน้า ก็เสร็จแล้วครับ
ในหนังสือจะหมายเหตุไว้ว่า อย่าให้มีน้ำมากเกินไปครับ ให้แค่ปลาได้ดูซับน้ำแล้วก็มีน้ำเลี้ยงจานนิดหน่อยครับ
วันพุธที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
วันศุกร์ที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
เต้าหู้หม่าผอ
ตอนอยู่ที่บอสตันทำจานนี้บ่อยมาก แต่กลับมาเมืองไทย พึ่งทำครั้งแรก แถมหาเครื่องได้ไม่ครบอีกต่างหาก
วิีธการทำ ก็เอาน้ำมันงาลงใส่ลงไปในหม้อตั้งไฟอ่อน แล้วก็เอากระเทียมลงไปเจียวนะครับ พอหอม ก็เอาหมูสับ ขิงหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วก็พริกแดงลงไปผัด อยากได้เผ็ดแค่ไหนก็ตามปริมาณพริกครับ พอหมูสุก ถ้ามีน้ำมันพริก (chili oil) หรือว่า พริกถั่ว (chili bean paste) ก็ใส่ลงไปให้น้ำมันเป็นสีแดง แล้วมีรสเผ็ดยิ่งขึ้น แต่ผมไม่มีทั้งคู่ -_-'' เลยใช้ทางเลือกสุดท้ายครับ คือ ซอสพริกศรีราชา ซึ่งมันจะไม่เผ็ดมาก และมีกลิ่นแปลก ๆ หน่อย แต่ก็พอถูไถ พอใส่น้ำมันพริก หรือว่าพริกถั่วลงไปแล้ว ก็ผัดจนพริกมันเข้ากันดี ก็เอาเต้าหู้ขาวหั่นเป็นลูกเต๋าเล้ก ๆ ใส่ลงไป ค่อย ๆ คนนะครับ เดี๋ยวเต้าหู้แตก พอเต้าหู้ซับน้ำมันดี ก็เอาขึ้นเสิร์ฟครับ
จานนี้ผมเสริฟบนพริกหวานย่างที่เหลือจากเมื่อวาน ก็อร่อยไปอีกแบบ
วันพุธที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
น้ำดอกอัญชัญ
ดอกอัญชัญสองต้นหน้าบ้านปลูกตอนแรกนึกว่าจะไม่รอด เอาไปเอามา ตอนนี้ออกดอกบานเต็มต้นตลอดเวลา เก็บมาชุบแป้งทอดไปสองสามครั้งแล้วก็ยังไม่หมด คราวนี้ก็เลยลองเอามาทำน้ำดอกอัญชัญดู
เก็บดอกมาสักยี่สิบดอก เด็ดขั้วสีเขียวทิ้งไป ล้างให้สะอาด
เอาน้ำใส่หม้อตั้งไฟใส่ดอกลงไป ตั้งไฟไปเรื่อย ๆ จนน้ำเดือด
หรี่ไฟลงพอให้น้ำเดือดเบา ๆ ไปเรื่อย ๆ คอยดูว่าดอกเริ่มเป็นสีขาว ก็ปิดไฟ รอจนเย็น กรองใส่ขวดไว้
ชงกินกับน้ำแข็ง ก็ได้กลิ่นหอมดี แต่รสจะเฝื่อนนิด ๆ ถ้าชอบหวานก็ใส่น้ำตาล
ใส่มะนาวลงไป สีจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง แต่ได้รสชาติดีครับ
Labels:
เครื่องดื่ม
วันศุกร์ที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔
ปลานิลนึ่งใบชา
แม่ซื้อปลานิลมาทิ้งไว้ให้สองตัว ทอดกินไปตัวหนึ่งแล้ว (ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ ปลามันไม่ค่อยสดแล้ว =_=) อีกตัวจะทอดอีก ก็เป็นห่วงสุขภาพตัวเอง เลยกะจะนึ่งเอาละกัน แต่ก็ไม่อยากนึ่งมะนาวหรือว่านึ่งซีอิ้วแล้ว เพราะว่าเบื่อ =_= นึกขึ้นได้ว่า มันนึ่งใบชาได้นี่นา
วิธีการทำ ก็เอาใบชามาต้มน้ำร้อนให้มันคืนรูปกลายเป็นใบเหมือนเดิมก่อน ถ้ามีใบชาเก่าที่ต้มชาดื่มแล้ว ก็ใช้ได้เหมือนกัน แต่ถ้าไม่มีก็ต้มใหม่เลย พอใบชาคืนรูปดี ก็เอามาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ระหว่างนั้นก็ล้างปลา ขอดเกล็ด เอาใส้ออกให้เรียบร้อย แล้วก็บั้งให้สวยงาม เอาใบชายัดลงไปในท้องปลาให้เต็ม แล้วก็เอาขึ้นไปหนึ่งจนสุก
พาปลาสุกดี ซึ่งก็ดูไม่ยาก ลองเอาตะเกียบเขี่ย ๆ ดูตรงที่เนื้อปลาติดกับก้างว่ามันเป็นสีขาวและร่อนออกจากก้างได้ดีแล้ว ก็ยกขึ้นมาพักไว้ ในถ้วยที่ใส่ปลา จะมีน้ำจากปลาอยู่ ก็เทแยกออกมา ใส่พริกไทย น้ำตาลทรายแดง และซีอิ้วขาวลงไปผสมให้ได้รสชาติ ก็เอาราดลงไปบนตัวปลา ก็เสร็จแล้วครับ :3
วันเสาร์ที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
Butter cake
ผมไม่เคยทำเค้กหรือว่าขนมปังจริง ๆ จัง ๆ สำเร็จมาก่อน คราวนี้ก็เลยลองทำดูครับเป็นเค้กเนยธรรมดา เพราะน่าจะทำง่ายสุด -_-''''
อันดับแรก ร่อนแป้งเอนกประสงค์ 1 1/2 ถ้วย สักสามรอบ จะได้แป้งเนียนละเอียดดี เสร็จแล้วก็เอาเกลือ 1/2 ช้อนชา กับผงฟู 2 ช้อนชาลงไปผสมกับแป้ง คลุกให้เข้ากัน
ตีเนย 1/2 ถ้วย ให้ขึ้นฟู แล้วใส่น้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วย ปั่นให้เข้ากัน ตีไข่ลงไปสองฟอง กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา ปั่นให้เข้ากัน
เทส่วนผสมแป้งใส่ลงไปในส่วนผสมเนย พร้อมกับผสมนมลงไปด้วย 3/4 ถ้วย ค่อย ๆ ตีให้เข้ากัน พอเข้ากันดี ก็เอาเครื่องตีลงไปปั่นช้า ๆ ไล่ฟองอากาศ แล้วก็เทลงไปในพิมพ์ อบที่อุณหภูมิ 175C ประมาณ 50-60 นาที ก็กินได้
อันดับแรก ร่อนแป้งเอนกประสงค์ 1 1/2 ถ้วย สักสามรอบ จะได้แป้งเนียนละเอียดดี เสร็จแล้วก็เอาเกลือ 1/2 ช้อนชา กับผงฟู 2 ช้อนชาลงไปผสมกับแป้ง คลุกให้เข้ากัน
ตีเนย 1/2 ถ้วย ให้ขึ้นฟู แล้วใส่น้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วย ปั่นให้เข้ากัน ตีไข่ลงไปสองฟอง กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา ปั่นให้เข้ากัน
เทส่วนผสมแป้งใส่ลงไปในส่วนผสมเนย พร้อมกับผสมนมลงไปด้วย 3/4 ถ้วย ค่อย ๆ ตีให้เข้ากัน พอเข้ากันดี ก็เอาเครื่องตีลงไปปั่นช้า ๆ ไล่ฟองอากาศ แล้วก็เทลงไปในพิมพ์ อบที่อุณหภูมิ 175C ประมาณ 50-60 นาที ก็กินได้
Hash browns
เสร็จแล้วก็เอาแป้งมันลงไปคลุก ใส่น้ำนิดหน่อย แต่พอดีที่บ้านไม่มีแป้งมันมีแต่แป้งสาลี ก็เลยเอาแป้งสาลีใส่แทน เลยได้เนื้ออกมาประหลาดนิด ถ้ามีแป้งมันก็ใส่แป้งมันนะครับ ก็คลุกคนสามารถปั้นเป็นก้อนหรือว่าเป็นแผ่นได้ ก็เอากะทะหรือหม้อตั้งไฟแรงปานกลาง แล้วก็เอาลงไปทอด
เสร็จแล้วก็จะได้หน้าตาประมาณนี้ โรยเกลือโรยพริกไทย กินกันชาร้อน ๆ อร่อยเลยครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











